กรณีบุกรุกที่ดิน เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาค บ.แหลมมุมนอก ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต

             คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียนบนภูเขาติดต่อกับชายทะเลบริเวณหาดนุ้ย พบสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพักคนงานดูแลพื้นที่ 3 หลัง พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกบุกรุก ปลูกปาล์มน้ำมัน, กล้วยตั้งแต่ชายทะเลจนถึงยอดเขาที่มีพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน
มีการสร้างอ่างเก็บน้ำคอนกรีตปิดกั้นทางน้ำไว้ใช้ส่วนตัว และสร้างถนนคอนกรีตเป็นบางช่วงเข้าพื้นที่ และทำรั้วเสาคอนกรีตล้อมด้วยลวดหนามแสดงอาณาเขต เมื่อตรวจสอบสถานภาพทางกฎหมายอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานาคเกิด ตามกฎกระทรวงฯ ฉบับที่ 621 ปี พ.ศ.2516 ทับซ้อนป่าไม้ถาวรฯ ป่าควนเขานาคเกิด โดยในปี พ.ศ.2537 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินประกาศครอบคลุมพื้นที่บริเวณนี้ด้วย
สำหรับพื้นที่ตรวจยึด 2 – 0 – 10 ไร่ พร้อมรถแบคโฮ 1 คัน เมื่อวันที่ 29 มี.ค.62 ตาม ปจว.ข้อ 1 เวลา 0130 คดีอาญาที่ 523/62 ยึดทรัพย์ที่ 60/62 ลง 30 มี.ค.62 นั้นเป็นการตรวจยึดเฉพาะพื้นที่ที่มีการปรับสภาพพื้นที่ใหม่ โดยพยานซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุเป็นลูกจ้างชาวเมียนม่าร์ ให้การว่าเป็นลูกน้องของ ผู้พันอ๊อด หรือ พ.ท.วิทวัส คุ้มภัย (นอกราชการ) ซึ่งเป็นเจ้าของสวนปาล์ม และในบัตรประจำตัวลูกจ้าง ระบุชื่อนายวิทวัส คุ้มภัย เป็นนายจ้างด้วย
คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกับ สปก.ภูเก็ต แจ้งว่าบริเวณพื้นที่แปลงนี้ได้เพิกถอนสิทธิทำกินแล้ว ปัจจุบันไม่ได้จัดให้ราษฎรผู้ใดเข้าทำกิน จึงมีสภาพเป็นป่าสงวนฯ
คณะเจ้าหน้าที่ได้จับค่าพิกัดโดยรอบแปลงสวนปาล์มของ ผู้พันอ๊อด หรือพ.ท.วิทวัสฯด้วยเครื่องมือหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม(จีพีเอส) มาคำนวณพื้นที่ได้ โดยตัดพื้นที่ที่มีการตรวจยึดไปก่อนแล้วออก คงเหลือพื้นที่บุกรุก จำนวน 142 – 1 – 78 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 21,366,750.-บาท

คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเป็นความผิดฐาน ตาม ม.14 แห่งพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ
พ.ศ.2507 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.54 และ ม.55 จึงได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่, อาคารบ้านพัก และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกะรน เพื่อให้ติดตามตัว พ.ท.วิทวัสฯ หรือผู้พันอ๊อด นายทุนผู้บุกรุก มาดำเนินคดีต่อไป เหตุเกิดที่ หมู่ 2 บ.แหลมมุมนอก ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด ความคืบหน้าจะติดตามและรายงานให้ทราบต่อไป