การกำกับดูแลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าแห่งชาติ (คปป.)

้การกำกับดูแลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าแห่งชาติ (คปป.)โดยการอำนวยการของ นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.)
ได้บูรณาการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มทุนที่บุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าไม้ โดยร่วมกับ ,กองกำกับการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ,รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา, บก.ปทส.,ศปป.4 กอ.รมน.,กล.รส.จ.พังงา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เข้าตรวจสอบท่าเทียบเรือจำนวน 4 จุดในเขตตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ของกลุ่มผู้ประกอบการทัวร์จากต่างประเทศที่พยายามลักลอบทำทัวร์แบบผิดกฎหมายตามแหล่งท่องเที่ยวในเขตทะเลฝังอันดามัน ในท้องที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา ดังนี้

1.วันที่ 2มีนาคม 2561 นำโดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ,รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว,ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา,นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กปม.,นายรัชชัย พรพา หน.ชุดฉลามขาว ทช.,พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบบริเวณป่าชายเลนริมคลองทุ่งมะพร้าว ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองทุ่งมะพร้าว จากการสืบทราบว่าบริเวณดังกล่าวได้มีกลุ่มนายทุนที่ดำเนินการทำทัวร์รับลูกค้าจากต่างประเทศส่วนใหญ่จะมาจากประเทศจีนและรัสเซีย แอบเข้าก่อสร้างท่าเทียบเพื่อนำลูกค้าทัวร์มาลงเรือที่ท่าเรือบริเวณดังกล่าวเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆตามเกาะในเขตทะเลฝังอันดามันที่มีธรรมชาติสวยงาม
จากการตรวจสอบของคณะเจ้าหน้าที่พบว่าโดยท่าเรือที่ตรวจสอบพบจำนวน 4 จุดอยู่ใกล้ๆกันในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองทุ่งมะพร้าว ประกอบด้วย
1.1 ท่าเรือบลูด้า มารีน เป็นท่าเรือขนาดใหญ่ที่รองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน
1.2 ท่าเรือหาญทะเล เป็นท่าเรือรองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน
1.3 ท่าเรือรัสเซีย เป็นท่าเรือรองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศรัสเซีย
1.4 ท่าเรือไม่มีชื่ออยู่ติดกับท่าเรือรัสเซีย
ตรวจสอบท่าทั้งหมดมีการก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือยาวลงไปในน้ำเพื่อรองรับเรือสปีดโบ้ตขนาดใหญ่จำนวนท่าละหลายสิบลำ มีการปรับปรุงพื้นที่เป็นลานจอดรถทั้งรถตู้และรถบัสขนาดใหญ่
จำนวนหลายสิบคัน คาดว่าแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวที่มาลงเรือที่ท่าเทียบเรือดังกล่าวไม่น่าน้อยกว่าวันละ 1พันคน ตรวจสอบพบมีการพัฒนาพื้นที่เป็นห้องอาหารและอาคารสำนักงานขนาดใหญ่

2.การปฏิบัติการครั้งนี้คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทั้ง 4 จุดพร้อมกัน ตรวจสอบพบไม่มีการขออนุญาตดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 4 ท่าเทียบเรือ พบเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับได้แก่ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484, พรบ.ป่าสงวนแห่ชาติ พ.ศ.2507,
พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522, พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย(ฉบับที่17) พ.ศ.2560 คณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจสอบรังวัดพื้นที่โดยละเอียด เพื่อดำเนินการจัดทำบันทึกเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท้ายเหมือง จ.พังงา จนกว่าจะแล้วเสร็จต่อไป