การบังคับใช้กฎหมายกับนายทุนที่บุกรุกป่าปลูกยางพารา ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จังหวัดเลย

แผนปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายกับนายทุนที่บุกรุกป่าปลูกยางพารา ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ท้องที่จังหวัดเลย ในวันที่15กรกฎาคม 2560 นำโดยนายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า ร่วมกับกอ.รมน.ฝ่ายทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยเข้าดำเนินการตามเป้าหมายดังนี้
1.พื้นที่ดำเนินการตรวจยึดพื้นที่ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 574-1-81ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ ท้องที่บ้านนาทอง ม.1 ต.ปากหมัน อ.ด่านซ้าย จ.เลย
2.พื้นที่ดำเนินการตาทคำสั่งทางปกครองตามมาตรา25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้าและป่าภูเรือ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 664-3-89ไร่ ท้องที่บ้านโคก ม.6 ต.นามาลา อ.นาแห้ว จ.เลย โดยต้นยางพาราอายุ4-20ปี จะดำเนินการตัดต้นยางออก60%เหลือ40%หรือตัด 3แถว เว้น 2 แถว เพื่อปลูกป่าเสริมฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้กลับเป็นป่าสมบูรณ์
3.ดำเนินการปลูกฟื้นฟูป่า หลังจากตัดต้นยางพาราออกไปแล้ว บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้าและป่าภูเรือ ท้องที่นามาลา อ.นาแห้ว จ.เลย เนื้อที่ 150ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้จัดสรรงบประมาณมาปลูกฟื้นฟูในงบประมาณ พ.ศ.2560

 

การปฏิบัติการตามแผนปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายกับนายทุนที่บุกรุกป่าปลูกยางพารา ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ท้องที่จังหวัดเลย ดังนี้

๑.วันที่ ๑๕ ก.ค.๖๐ ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับกรมป่าไม้ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ลงพื้นที่ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามแผนฯ ยางพารา ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ ท้องที่อำเภอนาแห้ว อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ภายใต้การอำนวยการของอธิบดีกรมป่าไม้ (นายชลธิศ สุรัสวดี) และนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป.)
โดยสนธิกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยงานร่วมปฏิบัติการ รวมประมาณ ๒๐๐ นาย ประกอบด้วย
๑.๑ ผู้แทนศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๔ กอ.รมน. (พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ)
๑.๒. ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเลย
๑.๓ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๖ (อุดรธานี)
๑.๔ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ (นายชีวะภาพ ชีวะธรรม)
๑.๕ ผู้แทนกรมการปกครอง
– นายอำเภอด่านซ้าย
– นายอำเภอนาแห้ว
– นายอำเภอภูเรือ
๑.๖ ผู้แทนฝ่ายทหารในพื้นที่
– ผู้แทนมณฑลทหารบกที่ ๒๘ (พ.อ.อำนวย ยอดพันธ์)
– ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเลย (พ.อ.สมศักดิ์ แจ่มพันธ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ล.ย.)
– ผู้แทนกรมทหารพรานที่ ๒๑
๑.๗ ผู้แทนฝ่ายตำรวจ
– สถานีตำรวจภูธรด่านซ้าย
– สถานีตำรวจภูธรนาแห้ว
– สถานีตำรวจภูธรภูเรือ
๑.๘ ผอ. ศปป.๒ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) กรมป่าไม้ (นายสำรวย สุดเฉลียว)
๑.๙ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลย.๔ (ด่านซ้าย)
๑.๑๐ หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

๒.ในการลงพื้นที่ปฏิบัติการตามแผนฯ ยางพาราในครั้งนี้ได้มีการดำเนินการคัดเลือกเป้าหมายโดยอาศัยหลัเกณฑ์การพิจารณาตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๔/๒๕๕๗ และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๖๖/๒๕๕๗ โดยพิจารณาดำเนินการกับนายทุน และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับผู้ยากไร้ ผู้ไร้ที่ทำกิน อีกทั้งการดำเนินการในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตาม ๓ มาตรการหลักของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ ๑. มาตรการดำเนินคดี ๒. มาตรการควบคุมพื้นที่ และ ๓. มาตรการฟื้นฟูสภาพป่า ดังมีรายละเอียดโดยสังเขปต่อไปนี้
๒.๑ มาตรการดำเนินคดี สามารถตรวจยึดพื้นที่ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ ที่ถูกบุกรุกโดยนายทุนปลูกยางพารา จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๕๗๔-๑-๘๑ ไร่ ท้องที่บ้านนาทอง หมู่ที่ ๑ ตำบลปากหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ในการนี้คณะพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบขยายผลถึงนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการกระทำความผิดต่อไป และตรวจพบเป้าหมายของกลุ่มทุนในวันนี้อีก ๓ แปลง พื้นที่ประมาณ ๑,๔๐๐ ไร่ ที่ต้องดำเนินการตรวจยึด
และในระหว่างการลงพื้นที่ทำการข่าวของชุดพยัคฆ์ไพร ร่วมกับผู้แทน ศปป.๔ กอ.รมน. สามารถตรวจยึดไม้แปรรูปชนิดไม้ประดู่ จำนวน ๓๒ แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร ๐.๖ ลบ.ม. ผู้ต้องหา ๑ ราย
๒.๒ มาตรการควบคุมพื้นที่ โดยการดำเนินการทางปกครองตามความในมาตรา ๒๕ แห่ง พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ เนื้อที่ ๖๖๔-๓-๘๙ ไร่ ในพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกปลูกยางพาราโดยนายทุนในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ ท้องที่บ้านโคก หมู่ที่ ๖ ตำบลนามาลา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
๒.๓ มาตรการฟื้นฟูสภาพป่าโดยดำเนินการฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่ซึ่งได้ดำเนินการทางปกครอง ตามความในมาตรา ๒๕ แห่ง พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ โดยการตัดฟันไม้ยางพาราบางส่วนและปลูกไม้ชนิดอื่นทดแทน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสาระสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายต่อพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกเพื่อให้กลับมาเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ทั้งสิ้นจำนวน ๒ แปลงโดยการตัดฟันต้นยางพารา ใช้หลักวิชาการตัดฟันต้นยางพาราแบบ ๓ แถว เว้น ๒ แถว เพื่อป้องกันผลกระทบซึ่งอาจเกิดขึ้นกับหน้าดินและระบบนิเวศน์ในภาพรวม
๑) แปลงที่ ๑ เนื้อที่ ๑๕๐ ไร่ ท้องที่บ้านหนองสิม หมูที่ ๗ ตำบลนามาลา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
๒) แปลงที่ ๒ เนื้อที่ ๑๓๐ ไร่ ท้องที่บ้านห้วยลาด หมู่ที่ ๔ ตำบลสานตม อำเภอ ภูเรือ จังหวัดเลย

๓.การปฏิบัติการครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากส่วนราชการต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานทางปกครอง และหน่วยงานความมั่นคง และได้รับผลตอบรับเป็นที่พอใจจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการบุกรุกป่าธรรมชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม การลงพื้นที่ภายใต้การอำนวยการของอธิบดีกรมป่าไม้ (นายชลธิศ สุรัสวดี) ในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นแนวทางในการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานระดับพื้นที่ต่อไป โดยสอดคล้องกับกลยุทธ์การปฏิบัติงานแบบ ๓ เกาะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) โดยเฉพาะกลยุทธ์ข้อที่ ๑ การเกาะติดพื้นที่ อีกทั้งอธิบดีกรมป่าไม้ยังได้มอบแนวทางให้ทุกหน่วยในสังกัดรับปฏิบัติในการสร้างความร่วมมือกับประชาชน สอดคล้องกับกลยุทธ์การปฏิบัติงานแบบ ๓ เกาะ ข้อที่ ๒ คือเกาะติดประชาชน โดยการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อช่วยกันดูแลป่าและระบบนิเวศน์ของแหล่งต้นน้ำลำธาร และสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนในเรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติให้คงอยู่ตลอดไป