การบุกรุกที่ดินของรัฐ การปลูกป่าแปลงใหญ่ และการฉ้อโกงประชาชน พื้นที่ จ.เลย

พล.ท.กิตติศักดิ์ บุญสุข ที่ปรึกษา ศปป. ๔ กอ.รมน. ลงพื้นที่ จว.ล.ย. เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ การปลูกป่าแปลงใหญ่ และการฉ้อโกงประชาชน ดังนี้
๑.เวลา ๐๙๓๐ – ร่วมประชุมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมคริสต์มาส ชั้น ๒ ที่ว่าการอำเภอภูเรือ จว.ล.ย. ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานที่สำคัญประกอบด้วย ก.อ.พรชัย ถมกระจ่าง รอง ผอ .รมน.จังหวัด ล.ย. (พ), พ.อ.วีรพงษ์. คำสิทธิ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ล.ย.(ท), พ.อ.สมหมาย บุษบา รอง ผบ.มทบ.๒๘, ผู้แทน ตร.ภ.เลย, ผู้แทน ปทท.เขต ๔, ผู้แทน DSI, ผอ.สบอ.เขต ๘ (ขก), นายกเทศมนตรีร่องจิก, ที่ดินอำเภอด่านซ้าย, ผอ.สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดเลย, ผอ.สจป.เขต ๖ (อด), นอภ.ด่านซ้าย,หน.อุทยานแห่งชาติภูเรือ,สปก.จว.ล.ย.,ที่ดิน จว.ล.ย.,ผอ.ทสจ.เลย,ผอ.ศูนย์ป่าไม้จังหวัดเลย, นายกเทศมนตรีกกสะทอน, นายกเทศมนตรีโป่ง, ผอ.ส่วนงานศูนย์ดำรงธรรม, ผกก.สภ.ภูเรือ, ผกก.สภ.โคกงาม และกำลังพล กอ.รมน.จังหวัด ล.ย.สรุปผลการประชุมได้ดังนี้
๑.๑ การแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ
กรณีไร่ภูเรือวโนทยาน;เรื่องเดิม เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ พล.ต.อ.ศรีรวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ได้ตรวจยึดพื้นที่ซึ่งบริษัท ซี.พี.เค.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ครอบครอง รวมเนื้อที่ประมาณ ๖,๒๒๙ ไร่ โดยพื้นที่ดังกล่าวเคยมีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) มาก่อน จำนวน ๑๔๗ แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ ๖,๒๒๙ ไร่ โดยไมีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโคกงาม ตามคดีอาญาที่ ๑๕/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบริษัท ซี.พี.เค.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔
กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มอบหมายให้กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำการสืบสวนเรื่องดังกล่าวข้างต้น ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เห็นชอบอนุมัติให้รับเรื่องดังกล่าวไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยได้รับเป็นเลขคดีพิเศษที่ ๕๖/๒๕๖๑ และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษทำการสืบสวนและสอบสวนคดีดังกล่าว
ซึ่งสิ่งที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการแล้วได้แก่

     - รับสำนวนการสอบสวนคดีอาญาจากพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโคกงาม มาดำเนินการสืบสวนและสอบสวน
     - ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพาผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบพื้นที่และจัดทำแผนที่เกิดเหตุ ซึ่งจะต้องทำการตรวจวัดพื้นที่เกิดเหตุตามที่มีการครอบครองจริง จากการตรวจวัดคำนวณพื้นที่ได้ ๖๘๘๖ ไร่
    - สอบสวนปากคำพยานบุคคล จำนวน ๓๘ ปาก 
    - ประสานขอข้อมูลต่างๆจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาใช้ประกอบการดำเนินคดี
    - ประสานขอข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมพัฒนาที่ดิน และจัดซื้อภาพถ่ายทางอากาศจากกรมแผนที่ทหาร เพื่อนำมาให้ผู้เชี่ยวชาญใช้ประกอบการอ่านแปลวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ บริเวณพื้นที่เกิดเหตุเพื่อใช้ประกอบการสอบสวน
    - ประสานสถานีตำรวจภูธรภูเรือ ขอรับสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน ๔ คดี ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าพื้นที่เกิดเหตุทั้ง ๔ คดีดังกล่าว อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับพื้นที่เกิดเหตุในคดีพิเศษที่กรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังดำเนินการสอบสวนอยู่
     ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างสอบสวนของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

กรณีรังเย็นรีสอร์ท;นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ทำหน้าที่รองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ทส ๐๒๐๗.๕(๕)/๑๖๑ ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๑ เรียน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งหลักฐานคำสั่งกรมที่ดินที่ ๒๔๖๒/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เรื่อง การเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๕๑๖ ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เนื้อที่ ๑๙-๒-๐๓ ไร่ โดยโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ออกเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๔๕ ให้กับบริษัทซี.พี.เค.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ด้วยการเดินสำรวจตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๘ ทวิ มาเพื่อพิจารณาดำเนินการเป็นการเพิ่มเติมในคดีพิเศษที่ ๕๖/๒๕๖๑ กรณีดังกล่าวคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้นำเรื่องเข้าที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าแม้ว่าพื้นที่ของที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวจะตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับพื้นที่เกิดเหตุในคดีพิเศษที่ ๕๖/๒๕๖๑ ก็ตาม แต่เห็นว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวเพิ่งมีการออกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งเป็นคนละช่วงเวลากันกับการออกหนังสือรับรองประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) ในคดีพิเศษ ประกอบกับยังมิได้มีการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการออกโฉนดที่ดินดังกล่าว ว่าอาจเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ประชุมจึงมีมติให้เสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่ออนุมัติให้แยกเรื่องดังกล่าวไปทำการสืบสวนใหม่ โดยได้รับเป็นเลขสืบสวนทิ่ ๒๓๗/๒๕๖๑
๑.๒ การติดตามความคืบหน้าการปลูกป่าแปลงหญ่
ในพื้นที่จว.ล.ยมีพื้นที่เข้าโครงการปลูกป่าแปลงใหญ่จำนวน ๗,๖๖๐ ไร่ แยกเป็นพื้นที่ตามมติครม. ๓๐ มิย.๔๑ และสปก.จำนวน ๕,๐๖๐ ไร่และพื้นที่ทวงคืนจำนวน ๒,๖๐๐ ไร่ พืชที่ปลูกมีความเจริญเติบโตพอสมควร ซึ่งในปี ๖๒ จะมีการขยายโครงการดังกล่าวเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น
๑.๓ การฉ้อโกงประชาชนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ปรากฏเป็นข่าวในพื้นที่จำนวน๓ประเด็นได้แก่
-กลุ่มกุ้งก้ามแดง
-กลุ่มพันปีกรุ๊ป
-กลุ่มภาคีเครือข่ายกอ.รมน
ข่าวความเสียหายที่ปรากฏได้แก่ ค่าสมัครสมาชิค ค่าทำบัตรหรือค่าถ่ายเอกสาร เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในกรณีดังกล่าว ไม่มีกลุ่มผู้เสียหายออกมาแสดงตัวแต่อย่างใด จึงไม่มีการดำเนินการใดๆ ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่จะได้ติดตามและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
๒.เวลา ๑๓๐๐ ลงตรวจพื้นที่แระดอบด้วย
– รังเย็นรีสอร์ท บ.มะขามป้อม ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ
-พื้นที่ปลูกป่าแปลงใหญ่ บ.หมากแข้ง ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย
-พื้นที่ปลูกป่าแปลงใหญ่ บ้านกกกะบาก ต.โป่ง อ.ด่านซ้ายซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามมาตรา๒๕ ตามพ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ ๒๕๐๗ให้ครบจำนวน ๒,๖๐๐ไร่