การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาปางก่อ และป่าวังชมภู จ.เพชรบูรณ์

เวลา ๑๕๓๐ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน.ได้บูรณาการหน่วยงานประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน., จนท. ป่าไม้ สจป.ที่ ๔ สาขาพิษณุโลก, จนท. ศอป.ลุ่มน้ำเข็ก, นายสมชาย ฉิมแย้ม ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้, นายกฤษดา จันโท และจนท.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.๒ (เขาค้อ) ได้ร่วมกันเข้าจับกุมผู้ต้องหา ๓ คน คือ คนขับรถแบคโฮ ๑ คัน และคนขับรถบรรทุกสิบล้อ ๒ คัน ขณะกำลังบุกรุกขุดปรับพื้นที่ในเขตป่าสงวนฯ ที่เป็นร่องน้ำบนภูเขา ซึ่งผู้ต้องหา
ทั้ง ๓ คน ให้การว่าเป็นลูกน้องของเสี่ยแบ๋ว เจ้าของรถ โดยได้รับคำสั่งให้มาทำงานจุดนี้ ๒ วันแล้ว
มีนายวิริยะฯเจ้าของที่ดิน และเสี่ยแบ๋วชี้ขอบเขตให้ขุดดินแล้วนำออกไปถมที่ดินให้กับครูคนหนึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ ๑๐๐ เมตร ติดกับถนนเส้นทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ เจ้าหน้าที่ได้ให้ลูกน้องติดต่อเสี่ยแบ๋วมาพบเจ้าหน้าที่ เพื่อสอบถามให้การว่าไม่ได้ขออนุญาตขุดดินถมดินจากหน่วยงานใดเจ้าหน้าที่จึงจับกุม ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ และพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ที่กองทัพภาค ๓ ขอใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้แต่ปัจจุบันได้ส่งมอบพื้นที่ให้กรมป่าไม้แล้ว จากการตรวจสอบค่าพิกัดพื้นที่ขุดดินอยู่ในเขตป่าสงวนฯ นอกแปลง รอส.เดิม และเป็นพื้นที่สาธารณะ ท้องที่ หมู่ ๑ ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ คณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา, ตรวจยึดพื้นที่ และของกลางนำส่ง พงส.สภ.เขาค้อดำเนินคดี

สรุปผลการจับกุม/ตรวจยึดดำเนินคดี ดังนี้

                ๑ คดีตรวจยึดพื้นที่บุกรุก จำนวน ๒ คดี
                ๒ จับกุมผู้ต้องหารวม ๓ คน
                ๓ ตรวจยึดพื้นที่จำนวน ๒ แปลง พื้นที่รวม ๔ – ๒ – ๕๔ ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐ เป็นเงิน ๓๒๑,๙๔๓.๙๐ บาท
                ๔ ตรวจยึดรถยนต์รวม จำนวน ๓ คัน