การปฏิบัติในการป้องกัน และปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่า และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ จ.แพร่

การปฏิบัติในการป้องกัน และปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่า และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ จ.แพร่ ดังนี้

 ๑. วันที่ ๑ ส.ค.๖๑ เวลา ๑๔๐๐ ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน.นำโดย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ, กรมป่าไม้ นำโดยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สปฟ./หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ม.๘ เข้าตรวจสอบเหมืองแร่ศศิน จำกัด เนื้อที่รวม ๓ แปลง จำนวน ๖๔๖ – ๑ – ๗๓ ไร่ ท้องที่ หมู่ ๘ บ.ต้าผาหมอก อ.ลอง จ.แพร่ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนป่าแม่ต้าฝั่งซ้าย เป็นของนายกฤษฎา กัมปนาทแสนยากร อยู่บ้านเลขที่ ๑๑๓ ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ แต่ให้นายมณฑล สุริยาศศิน เช่าช่วงกิจการการทำเหมืองแร่แบไรท์ แทน

๒. วันที่ ๒ ส.ค.๖๑ เวลา ๑๐๐๐ พ.อ.พงษ์เพชรฯ หน.ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ฯ ได้บูรณาการหน่วยงานประกอบด้วย คณะเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพรกรมป่าไม้, ศปป.ที่ ๓ กรมป่าไม้, กกล.รส.จว.แพร่ (ม.พัน.๑๒), กอ.รมน.จังหวัด พ.ร.,

หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร.๑๐ (แม่ต้า) และผช.ผญบ.ม.๘ พร้อมด้วยผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายมณฑล สุริยาศศิน รวมประมาณ ๕๐นายร่วมกันเข้าตรวจสอบเอกสาร และขอบเขตพื้นที่การเข้าทำประโยชน์ปรากฎผล ดังนี้

   ๒.๑ พื้นที่อนุญาตให้นายกฤษฎา กัมปนาทเฉลิมแสนยากร เนื้อที่ ๑๓๔ – ๓ – ๘๒ ไร่ ใช้เก็บน้ำขุ่นข้น หรือมูลดินทรายนอกเขตเหมืองแร่ ตรวจสอบแล้วใช้ประโยชน์อยู่ภายในเขต

   ๒.๒ พื้นที่ปทานบัตรของนายกฤษฎาฯ พื้นที่  ๒๕๔ – ๓ – ๙๕ ไร่ ตรวจสอบแล้วใช้ประโยชน์อยู่ภายในเขต

   ๒.๓ พื้นที่อนุญาตให้นายมณฑล สุริยาศศิน เข้าทำประโยชน์ในป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ต้าฝั่งซ้าย รวม ๒๕๖- ๑ – ๙๖ ไร่  ได้รับอนุญาตเมื่อ ๒๘ ธ.ค.๖๐ ตรวจสอบในเขตพื้นที่ได้รับอนุญาตเป็นภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๓๕๐ เมตร มีสภาพป่าที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์มาก เป็นป่าไม้เบญจพรรณ มีไม้ธรรมชาติขึ้นอยู่หนาแน่นหลายชนิด ได้แก่ ไม้เกร็ด (ชิงชัน), ไม้ประดู่, ไม้แคทราย, ไม้ยอป่า, ไผ่ ฯลฯ ไม่มีการทำประโยชน์มาก่อน แต่พบมีการทำไม้ โดยไม้ถูกตัดด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ กระจัดกระจายทั่วไปในป่ารวม ๑๕ จุด พบไม้ถูกตัดคาตอ ๓ จุด และตอไม้จำนวนมาก ส่วนไม้ที่ตัดแล้วได้มีการนำออกนอกพื้นที่ไปแล้ว ยังคงเหลือทิ้งไว้ส่วนน้อยที่ยังเอาออกจากพื้นที่ไม่หมด คณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดไม้กระยาเลย(ประดู่,ยอป่า)รวม ๒๙ ท่อน ปริมาตร ๑.๐๔ ลบ.ม.นำส่ง พงส.สภ.เวียงต้า ให้เรียกตัว

นายมณฑลฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนไม้ของกลางได้นำไปเก็บรักษาที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร.๑๐(แม่ต้า)

 ๓. ข้อพิจารณา ในพื้นที่ขอใช้ประโยชน์ ที่ตรวจยึดไม้ดำเนินคดีแปลงนี้นี้ เคยถูกตำรวจป่าไม้ตรวจยึดเมื่อ ปี ๒๕๔๙ ข้อหาตาม ม.๑๔ และ ม.๑๘ พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ ต่อมาอัยการสั่งไม่ฟ้องเมื่อปี ๒๕๕๑ ซึ่งไม่น่าจะอนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์ได้ จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่ามีการวิ่งเต้นใช้เงินหลายล้านบาท จนได้รับการอนุมัติให้เข้าทำประโยชน์เมื่อสิ้นปี ๒๕๖๐ ซึ่งเมื่อได้รับอนุญาตแล้วต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง การขออนุญาต และการอนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า พ.ศ.๒๕๕๘ หมวด ๔ ข้อ ๒๔ การทำประโยชน์ในเขตป่าที่ได้รับอนุญาต หากมีกรณีจำเป็นต้องทำไม้ และนำเคลื่อนที่ออกจากพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต ให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตแจ้งเป็นหนังสือต่อหน่วยตรวจสภาพป่าฯ ตามระเบียบที่กรมป่าไม้กำหนด ซึ่งในกรณีนี้นายมณฑลฯ ผู้ได้รับอนุญาตกระทำผิดเงื่อนไข ข้อที่ ๑,๖,๑๖ และ ๑๗ ซึ่งการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขฯ ที่กำหนดไว้ จะมีความผิดตาม มาตรา ๓๓/๓ แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนฯการกระทำความผิด ๒ กรณีดังกล่าว ประกอบกับพื้นที่แปลงนี้ยังคงมีสภาพป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์จึงควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นป่าต้นน้ำ เห็นควรให้กรมป่าไม้ พิจารณาทบทวนเพิกถอนการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่แปลงนี้โดยเร็ว