การป้องกัน และปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่า และการแก้ไขปัญาบนพื้นที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

เวลา 1000 คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ ศปป.4 กอ.รมน.นำโดยพ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชป.ศปป.4 กอ.รมน.
ได้บูรณาการ และสนธิกำลังเข้าตรวจสอบร้านกาแฟ และแหล่งท่องเที่ยว เดอะคิงคอง@เขาค้อ หมู่ที่ 4 บ้านเพชรดำ ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์  ซึ่งเป็นสถานที่แลนด์มาร์กให้บริการนักท่องเที่ยว และบริการเต๊นท์ที่พัก หลังจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในเขตพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
  1. เมื่อคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ได้มีน.ส.วารุณี สินยี่ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 10 ต.เขาค้อ และนางสุรีรัตน์ สินเช้า อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164 หมู่ที่ 10 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ แสดงตัวว่าเป็นเจ้าของและผู้ดูแล และในเวลาต่อมาได้มีนายอัมรินทร์ ชูเพชร หรือ”สจ.อ่ำ” อายุ 42 ปี ปรากฎตัวในบริเวณดังกล่าว เข้ามาคอยสังเกตุการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถาม ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่ภายหลังคณะเจ้าหน้าที่ได้เชิญมาสอบปากคำ นายอัมรินทร์ฯจึงยอมรับว่าเป็นเจ้าของเดอะคิงคอง @เขาค้อ คณะเจ้าหน้าที่จึงให้นำหลักฐานการครอบครองที่ดินมาแสดง ในเวลาต่อมา นางวารุณีฯ ได้นำบันทึกการนำรังวัดของนางอะเลมะ สินยี่ ยายของวารุณี และหนังสือรับรองจาก ชป.ศอป.แก้ไขปัญหาโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็กว่า นส.วารุณีฯ ทำกินในที่ดินดังกล่าวจริง มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จากนั้นนางสุรีรัตน์ฯ ได้นำเจ้าหน้าที่รังวัดแนวเขตที่ดินเดอะคิงคอง @ เขาค้อ กระทั่งพบว่าเดอะคิงคอง@เขาค้อ ครอบครองที่ดินทับซ้อนแปลงที่ดินของบุคคลอื่นอีก 4 แปลง คณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ และสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ซึ่งแปลงที่ดินที่ตรวจยึดดังกล่าวมีเนื้อที่ 14 – 2 – 36 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ 2,188,500 บาท

คณะเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐาน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ ตาม ปจว.ข้อ 7 เวลา 2240 คดีอาญาที่ 250/2562 โดยกล่าวหา นายอัมรินทร์ฯ และนางวารุณีฯ ร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐานร่วมกันก่อสร้างแผ้วถางหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตและตามมาตรา 55 ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถาง โดยฝ่าฝืนบทบัญญัญติตามมาตรา 54 ให้สันนิษฐานว่าผู้นั้นเป็นผู้แผ้วถางป่า

   2. เวลา 1300 คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันขยายผลการตรวจสอบรถราง โดยพบว่ามีการนำรถรางจำนวน 2 คัน ถูกนำไปซุกซ่อนอำพรางอยู่ภายในบริเวณทุ่งกังหันลม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตรวจยึดดำเนินคดีแล้วเมื่อ วันที่ 18 ส.ค.61โดยทางเจ้าหน้าที่ขนส่งได้ตรวจสภาพแล้ว ระบุว่าเป็นรถที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ จึงได้ทำบันทึกตรวจยึดเพิ่มเติม ส่งให้ตำรวจ สภ.เขาค้อ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

  3. เวลา 1400 คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่ดินแปลงของชาวบ้านหมู่ 10 ต.เขาค้อ อีกราย โดยพบว่าอยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารร้านกาแฟขนาดใหญ่บนเนินเขา และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต๊นท์ โดยไม่พบเจ้าของที่ดินและผู้ดูแลแต่อย่างใด จากการตรวจสอบพบว่าผู้ครอบครองที่ดินได้ขออนุญาตไปยังศูนย์ป่าไม้เพชรบูรณ์ แต่ถูกสั่งระงับการก่อสร้าง และเมื่อทำการรังวัดที่ดินพบว่ามีเนื้อที่ 7 – 1 – 52 ไร่ แต่ทับซ้อนกับแปลงที่ดินของราษฏรรายอื่นอีก 5 ราย เจ้าหน้าที่สัณนิษฐานว่าเป็นการบุกรุกป่า โดยซื้อขายเปลี่ยนมือเป็นของกลุ่มนายทุนแล้ว ซึ่งจะได้ดำเนินการตรวจสอบและหากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตรวจยึดต่อไป