การแก้ไขปัญหากรณีราษฎรได้รับผลกระทบจากแผนแม่บทการแก้ไขการทำลายทรัพยากรป่าไม้ฯ

8 มิ.ย.61

พ.อ.กัญจน์ณัฏฐ์ เพ็ชรแสง รอง ผอ.รมน.จังหวัด น.น.(ท) ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การแก้ไขปัญหากรณีราษฎร บ.ห้วยน้ำหิน. ต.สถาน อ.นาน้อย จว.น.น.ได้รับผลกระทบจากแผนแม่บทการแก้ไขการทำลายทรัพยากรป่าไม้ฯ โดยทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช จัด จนท.ที่รับผิดชอบมาดำเนินการสำรวจรังวัดแนวเขตแปลงสวนป่า ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้ประสานงานกลุ่ม P-MOVE และราษฏรที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมดำเนินการ จำนวน 48 ราย ณ หอประชุม บ.ใหม่จัดสรร ต.สถาน อ.นาน้อย จว.น.น. ผลการแก้ไขปัญหามีดังนี้
1.การสำรวจแนวเขตที่ดิน
    – ราษฏรทั้ง 48 ราย มีมติให้ใช้แนวเขตผังแปลงที่ได้ร่วมกันสำรวจกับ P-Move ไว้แล้ว ส่งมอบให้กับกรมอุทยาน และได้มอบให้นายอนุชา ธนะแพทย์ ผู้ประสานงานฯ ร่วมตรวจสอบแนวเขตที่ดินร่วมกับ จนท.รังวัดที่ดินของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เปรียบเทียบกับแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ถ้าตรวจสอบแล้วไม่ตรงกัน ก็จะร่วมกันตรวจสอบเป็นรายแปลงต่อไป
2.แนวทางการแก้ไขปัญหาฯ
    2.1ด้านการดำเนินคดี ให้ราษฎรทั้ง 48 ราย ไปรายงานตัวและให้ปากคำต่อ เจ้าพนักงานสอบสวน สภ.นาน้อย โดยมีแนวทางการทำสำนวนสั่งไม่ฟ้องในชั้นพนักงานสอบสวน
    2.2การให้การช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบฯ
          – สบอ. 13 แพร่ ร่วมกับหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ น.น.16(นาน้อย) สจป.3 สาขาแพร่ ได้จัดทำโครงการบริหารจัดการพื้นที่สวนป่าห้วยน้ำหินเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อช่วยเหลือราษฎรฯ ปัจจุบัน โครงการฯ ได้ผ่านความเห็นชอบจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ แล้วเสนอต่อไปยังกรมป่าไม้ เพื่อให้อธิบดีกรมป่าไม้เป็นผู้พิจารณาอนุมัติต่อไปทั้งนี้. การช่วยเหลือจะพิจารณา
           -ราษฎร จำนวน 48 รายเป็นลำดับแรก
           – ลำดับที่ 2 เป็นราษฎรที่ถูกดำเนินคดีอีก จำนวน 250 ราย ที่มาแสดงตนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
           – ลำดับที่ 3 เป็นราษฎรที่ทำกินอยู่ในพื้นที่สวนป่าห้วยน้ำหิน (ที่ยังไม่แสดงตัว) มาแสดงตัวเข้าร่วมโครงการโดยมีเงื่อนไขเป็นผู้ยากไร้
3.กอ.รมน.จังหวัด น.น.ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้นัดชี้แจงและทำความเข้าใจกับราษฎรที่เข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่สวนป่าห้วยน้ำหินใน วันที่ 15 มิ.ย.61,เวลา 0900 ณ อบต.สถาน. อ.นาน้อย จว.น.น.เพื่อให้ทราบถึงแนวทางในการช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบให้เข้าใจ, ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และแสดงตนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป