การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสิทธิและการทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน

29 มี.ค.61 เวลา 0830 คณะฯ กอ.รมน.จาก ศปป.4ฯ ได้เดินทางลงพื้นที่ จว.พะเยา เพื่อรับทราบ ความคืบหน้าโครงการปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสิทธิและการทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน นำโดย พล.ต.ทัพ อุทิตสาร ผช.ผอ.ศปป.4ฯ / หน.คณะฯ, พล.ต.คงเอก ขยันกิจ ที่ปรึกษาฯ ศปป.4ฯ, พ.อ.คธาพงษ์ รมยานนท์ หน.ฝ่ายฯ สผป.ศปป.4ฯ และ พ.อ.สิรภพ จารุหังสิน รอง ผอ.สสท.ศปป.4ฯ ซึ่งมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันลงพื้นที่โดยมี ส.ป.ก.จว.พะเยา ให้การต้อนรับ มีประเด็นที่สำคัญ ได้แก่
1. ตามที่ได้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยพะเยา ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่ต๋ำ ซึ่งกรมป่าไม้ได้มอบพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบให้จำนวน ๕,๗๒๗ ไร่ โดยมีเขตปฏิรูปที่ดินกระจายอยู่โดยรอบพื้นที่และปรากฎความเจริญจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนท้องถิ่น ที่เกิดขึ้นจากการจัดตั้งมหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งมีการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ ส.ป.ก.ยังไม่มีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
2. ปัจจุบัน พื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยพะเยาเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ความต้องการที่พักของนักศึกษาอยู่บริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัยซึ่งสะดวกต่อการเดินทางไปมหาวิทยาลัย อีกทั้งการเจริญเติบโตบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัยพะเยาเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีการใช้พื้นที่เพื่อกิจการร้านค้า ร้านอาหาร กิจการที่เป็นการบริการ บริเวณที่มีเอกสารเป็นโฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินไม่สามารถรองรับความต้องการการใช้ที่ดินได้อย่างเพียงพอ จึงต้องขยายพื้นที่การใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน รองรับการขยายตัวของชุมชนและความต้องการที่พักของนักศึกษา อาจารย์ พนักงานมหาวิทยาลัย รวมทั้งโครงการสร้างศูนย์การแพทย์
3. การกำหนดขอบเขตสำหรับการใช้ที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ยังไม่ครอบคลุมตามข้อเท็จจริงที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งการกำหนดแนวเขต เป็นการกำหนดตามระยะทาง ไม่ได้กำหนดตามลักษณะภูมิประเทศ จึงเป็นปัญหาอุปสรรคในทางปฏิบัติด้านการบริหารจัดการที่ดิน
4.อัตราค่าเช่าที่ดินเพื่อใช้สำหรับกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินที่ ส.ป.ก. ให้เรียกเก็บค่าเช่าในอัตราร้อย 3 ของราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ เห็นว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในการประกอบกิจการฯ เนื่องจากการประกอบกิจการฯ มีทั้งขนาดเล็ก/ขนาดกลาง/ขนาดใหญ่ ส่วนราคาเช่าที่ดินของกรมธนารักษ์แต่ละพื้นที่มีราคาเช่าที่ดินที่ต่างกัน และมีการปรับราคาประเมินทุก 4 ปี ทำให้ผู้ประกอบการฯ ต้องรับภาระค่าเช่าที่ดินที่เพิ่มขึ้น และยังไม่สอดคล้องกับขนาดกิจการฯ และผลตอบแทนของกิจการ
ทั้งนี้ คณะฯ ได้รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งได้ให้ จนท.นิติกร ซึ่งเป็นฝ่ายกฎหมายของ จว.พะเยา ส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้กับคณะฯ เพื่อร่วมเสนอแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
รวมทั้งในช่วงบ่าย คณะฯ ได้เดินทางลงพื้นที่ ไปยังจุดที่ระบุดังกล่าว เพื่อตรวจดูพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียน และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่ถูกต้อง โดยคณะ ได้ให้ข้อแนะนำ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง