ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำ

วันที่ 28 มิ.ย.2561 ดร.สมเกียรติ ประจำวงศ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ( สทนช.) บินด่วนด้วยเฮลิคอปเตอร์เพื่อลงพื้นที่ติดตามงานพัฒนาแหล่งน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อดูการพัฒนาบึงบอระเพ็ด และ ติดตามงานการพัฒนาบึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร ที่กำลังมีการขุดลอกวงเงิน 371 ล้านบาท จากนั้นได้ประสานงานกับ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร , ว่าที่ร้อยตรีสมชัย แตงไทย รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 และคณะ, พ.อ.วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช  รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร เพื่อติดตามการพัฒนาแม่น้ำพิจิตรที่ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้เดินทางมาตรวจราชการที่จังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2561 ที่ผ่านมา และได้สั่งการให้ฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตร ที่มีระยะทาง 127 กิโลเมตร มีประชาชนจะได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว 4 อำเภอ พื้นที่ทำการเกษตรกว่า 1 แสนไร่  โดยจะเป็นการผันน้ำจากแม่น้ำน่านเข้าสู่แม่น้ำพิจิตร แต่ปรากฏว่าว่า อาคารบังคับน้ำที่อยู่ในความดูแลของกรมทรัพยากรน้ำ จำนวน 3 อาคารหลัก คืออาคารดงเศรษฐี , ประตูระบายน้ำวัดบางคลาน และ ประตูระบายน้ำวัดขวาง มีความชำรุดทรุดโทรม บางแห่งสร้างไม่แล้วเสร็จ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณจำนวนหลายสิบล้านบาทในการดำเนินงาน ซ่อมแซม แต่ปรากฏว่าแผนงานประมาณการในการใช้งบประมาณยังไม่ละเอียดเพียงพอ จึงขอให้เร่งดำเนินการเพื่อจะได้ใช้เงินเหลือจ่ายปี 61 เร่งดำเนินการให้ได้ด่วนที่สุด นอกจากนี้ยังได้มีแนวทางที่จะพัฒนาคลองข้าวตอก ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำพิจิตร ที่สามารถเชื่อมต่อรับน้ำจากบึงสีไฟและคลองชลประทาน C1 อีกด้วย ซึ่ง ทบ.และมูลนิธิอุทกพัฒน์ มีแผนที่จะดำเนินการขุดลอกคลองข้าวตอก  4.7 กม. แม่น้ำพิจิตร 3.5 กม. และเคลียริ่งสองฝั่งแม่น้ำพิจิตรอีก 9 กม. ใช้เงินงบประมาณ 10.3 ล้านบาท       สำหรับแผนการเติมน้ำแม่น้ำพิจิตรก็จะต้องขอความร่วมมือ และงบประมาณในการยกย้ายบ้านราษฎร 5 หลังคาเรือน ที่สร้างรุกล้ำไปในแม่น้ำพิจิตรให้ย้ายออกหรือขยับให้สูงขึ้นเพื่อการเติมน้ำเข้าแม่น้ำพิจิตรแล้วจะได้ไม่ท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำพิจิตร…ส่วนการเติมน้ำเข้าแม่น้ำพิจิตรแบบง่ายและรวดเร็วที่สุด ซึ่งมีประตูน้ำของคลองชลประทาน C1และจุดอื่นๆรวม 12 จุด ถ้าบานประตูเปิดปิดได้ตามวัตถุประสงค์และจะสร้างเพิ่มเป็นประตูระบายน้ำเพื่อเติมน้ำเข้าแม่น้ำพิจิตรอีก 10 จุด ซึ่งก็จะใช้งบประมาณเป็นเงิน 14.5 ล้านบาท เท่านั้น ก็จะทำให้แม่น้ำพิจิตรตลอดระยะทาง 127 กิโลเมตร มีน้ำเพื่อการเกษตรและเป็นแก้มลิงเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งได้อีกด้วย

นส่วนของการขุดลอกแม่น้ำพิจิตร และงานฟื้นฟูต่างๆ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆทุกหน่วย ทั้ง มูลนิธิอุทกพัฒน์ , กองทัพบก , กรมชลประทาน , กรมทรัพยากรน้ำ , กรมโยธาธิการ และกรมเจ้าท่า ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีแผนงานที่ชัดเจนเพื่อจะขออนุมัติเงินงบประมาณเหลือจ่ายปี 2561 ให้แต่ละส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2561 ให้จงได้

ในส่วนของการขุดลอกแม่น้ำพิจิตร และงานฟื้นฟูต่างๆ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆทุกหน่วย ทั้ง มูลนิธิอุทกพัฒน์ , กองทัพบก , กรมชลประทาน , กรมทรัพยากรน้ำ , กรมโยธาธิการ และกรมเจ้าท่า ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีแผนงานที่ชัดเจนเพื่อจะขออนุมัติเงินงบประมาณเหลือจ่ายปี 2561 ให้แต่ละส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2561 ให้จงได้