ทวงคืนผืนป่า อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

วันที่ 16 พ.ค.๖๒  ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.ขอรายงานการประสานการปฏิบัติ และการบูรณาการหน่วยงาน เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ และพื้นที่ที่กองทัพภาคที่ 3 ขอใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ในพื้นที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
  1. ตามที่กองทัพภาคที่ 3 โดยกองพลทหารม้าที่ 1, กรมป่าไม้ และจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าในเขต อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ที่กองทัพภาคที่ 3 ขอใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้เนื้อที่ 1.2 แสนไร่เศษ ซึ่งถูกนายทุนบุกรุกยึดถือครอบครองสร้างรีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อเตรียมการส่งมอบคืนพื้นที่ให้กับกรมป่าไม้ โดยมีการสำรวจพื้นที่ถูกบุกรุกใน 4 ตำบลของ อ.เขาค้อ และแบ่งกลุ่มรีสอร์ท เพื่อดำเนินคดีจากหนักไปหาเบาตามลำดับ ดังนี้

                    1.1 กลุ่มรีสอร์ทนอกแปลง รอส.และบุกรุกป่า จำนวน 135 ราย (ดำเนินการแล้วเมื่อปี 2561)

                    1.2 กลุ่มสำรวจเพิ่มเติมพบรีสอร์ท-บ้านพักตากอากาศอยู่นอกแปลง รอส.และอยู่ในเขตป่า จำนวน 358 ราย

                    1.3 กลุ่มรีสอร์ท และ บ้านพักตากอากาศอยู่ในแปลงรอส.จำนวน 332 ราย

                    1.4 กลุ่ม รอส.ที่ทำผิดเงื่อนไขการใช้ที่ดินรอส.จำนวน 1,052 ราย

  1. วันที่ 16 พ.ค.62 เวลา 0900 คณะเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย ทหาร ชป.ศอป.โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก,  กอ.รมน.จังหวัด พ.ช., ศูนย์ป่าไม้จังหวัดพ.ช., ชป.ตชด.พ.ช., จนท.ตร. กก.4 บก.ปทส., ชป.ศปป.4 กอ.รมน. และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังรวมประมาณ 100 นาย แบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 9 ชุดปฏิบัติการ เข้าตรวจสอบพื้นที่ และดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับ รีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศ กลุ่มที่ 2 จำนวน 358 ราย ซึ่งอยู่นอกแปลง รอส. โดยแบ่งดำเนินการในชุดแรก จำนวน 31 ราย สรุปการดำเนินการ ดังนี้

                   2.1 รีสอร์ทกลุ่ม 2 จำนวน 29 ราย คณะทำงานพิจารณาย้ายไปกลุ่มต่อไปเนื่องจากเป็นทายาท รอส. จำนวน 4 ราย (ยื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อ จนท.)

                   2.2 รอการตรวจสอบว่าเป็นพื้นที่การถือครอง (สทก.ตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41) ของกรมป่าไม้ จำนวน 1 ราย

                   2.3 ยื่นขอคืนพื้นที่จำนวน 1 ราย

                   2.4 รีสอร์ท 2 ราย ที่ยื่นขอคืนพื้นที่ ดำเนินการรื้อถอนเองแล้ว จำนวน 1 ราย ไม่ทำการรื้อถอนตามกำหนด แจ้งความดำเนินคดี จำนวน 1 ราย

                    2.5 สรุปยอดดำเนินการ ตรวจสอบจำนวน 31 ราย ตรวจยึด รวม 24 ราย