ปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์

จากการตรวจสอบพื้นที่ในขั้นต้นพบว่าบริเวณที่รถแบคโฮ ขุดปรับพื้นที่ขึ้นไปบนภูเขาที่มีความสูงชันเป็นระยะทางยาวประมาณ 200 เมตร เป็นพื้นที่อยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ป่าหมายเลข 1(22) พื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 B ที่ต้องสงวนหวงห้ามอนุรักษ์ไว้เป็นพื้นที่ต้นน้ำ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และศูนย์ป่าไม้เพชรบูรณ์ ไม่ควรอนุญาตให้ปรับสภาพพื้นที่ เพื่อใช้ประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น  

  การกระทำในครั้งนี้เข้าข่ายผิดกฎหมาย

              พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.54 “ห้ามมิให้ผู้ใด ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทําด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทําลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น”

                พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2562 ม.45

“ผู้ใดเข้าไปในที่ราชพัสดุเพื่อยึดถือหรือครอบครองทั้งหมด หรือแต่บางส่วน โดยไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุโดยปกติสุข หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพแก่ที่ราชพัสดุ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

                พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ม.48 “เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้รัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีอํานาจประกาศกําหนดให้โครงการหรือกิจการ หรือการดําเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดําเนินการ เป็นโครงการหรือกิจการหรือ การดําเนินการที่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม อย่างรุนแรง ซึ่งผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตต้องจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกาศกําหนด”