“มาตรการจับก่อนตัด” การป้องกันปราบปรามขบวนการลักลอบตัดไม้มีค่า จ.บุรีรัมย์

วันที่ 2 พ.ค.62 ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. 

  1. เวลา 2047 จุดสกัดระเริงเกด ได้รายงานผลการจับกุม ชาวกัมพูชาจำนวน 45 คน เหตุเกิดที่บริเวณป่าด้านทิศตะวันออกบ้านหนองเสม็ด ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พิกัด 0248901 E 1564616 N โดย ได้รายงานให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาพระยาทราบ และได้ประสานเจ้าหน้าจุดสกัดผาแดง และเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจเพื่อความมั่นคงบ้านหนองเสม็ด ให้เข้าร่วมจับกุม ในเบื้องต้นได้นำชาวกัมพูชามายังด่านตรวจฯ หนองเสม็ด เพื่อจัดทำบันทึกการจับกุม
  2. ก่อนที่จะมีการจับกุมชาวกัมพูชาในครั้งนี้ หัวหน้า อช.ตาพระยา ได้โทรศัพท์ แจ้งเตือนให้หัวหน้า อช.ทับลาน ทราบล่วงหน้าว่าชาวกัมพูชากลุ่มนี้จะมุ่งหน้าไปที่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เพื่อไปลักลอบตัดไม้พะยูงในเขต อช.ทับลาน โดยขณะที่ได้รับแจ้งข่าวนั้นมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ด่านเพียงคนเดียว
    เกรงว่าจะสกัดจับไม่ได้ แต่เวลาต่อมา หัวหน้า อช.ตาพระยา ได้สั่งการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ไปตามจับได้ทันก่อนที่จะเดินทางมาที่ อ.ครบุรี
  3. ข้อพิจารณา การสกัดกั้นชาวกัมพูชาจำนวนมากที่เข้ามาลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่ตอนในของประเทศอย่างได้ผลเป็นครั้งแรกในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีในการเข้มงวดใส่ใจของเจ้าหน้าที่ หากทุกช่องทางทุกด่านตรวจ ตามแนวชายแดนเข้มงวดกวดขันอย่างจริงจังจะสามารถป้องกัน และสกัดกั้นได้ตั้งแต่ต้นทางไม่ให้ชาวกัมพูชา เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ตอนในของประเทศได้ และต้องตัดวงจรคนไทยที่ร่วมขบวนการทุกคนให้ได้อย่างเด็ดขาดด้วย ซึ่งจากการสอบสวนชาวกัมพูชาในเบื้องต้นพบว่ามีชาวไทย 4 คน เป็นผู้นำทางเข้ามา โดยในครั้งนี้จับกุมคนไทยได้ 1 คน แต่หลบหนีการจับกุมไปได้ 3 คน พ.อ.พงษ์เพชรฯ หน.ชป.ศปป.4 กอ.รมน.จึงประสานกับ ส.ต.ท.กุลบล  พลวัน หัวหน้า อช.ตาพระยา เพื่อขยายผลการจับกุมจากโทรศัพท์มือถือให้ได้ตัวคนไทยที่นำทางเข้ามา และผู้ร่วมขบวนการทุกคน ก่อนที่จะบันทึกประวัติ และบันทึกจับกุม
    นำเรื่องทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.โนนดินแดง ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.หลบหนีเข้าเมืองฯ