“ยุทธการพิทักษ์ป่า ครั้งที่ 2/2562” ในพื้นที่ อ.วังทอง, อ.นครไทย และ อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า

คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสวนเมี่ยง ซึ่งจากการสืบทราบ บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสวนเมี่ยง ท้องที่บ้านตีนตก หมู่ที่ 13 ต.บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก มีกลุ่มนายทุนต่างถิ่นเข้ามากว้านซื้อที่ดินในเขตป่าสงวนฯ จำนวนหลายร้อยไร่ เพื่อทำการปลูกสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่เป้าหมายพบว่ามีการปลูกยางพารา (บางส่วนยืนต้นตาย) ปาล์มน้ำมัน, มันสำปะหลัง อ้อย และข้าวโพด เต็มพื้นที่ โดยพื้นที่อยู่  2 ข้างทางสาย บ้านตีนตก-หนองขาหย่าง ซึ่งแบ่งพื้นที่เป็น 2 แปลง คณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือตรวจวัดพิกัดจากสัญญาณดาวเทียม (GPS) (อ้างอิงหมุดหลักฐาน WGS 1984 Zone 47 ) หาค่าพิกัดของพื้นที่รอบแปลงที่ 1 มาคำนวณพื้นที่ได้  257 – 2 – 64 ไร่ และแปลงที่ 2 คำนวณพื้นที่ได้ 114 – 3 – 36 ไร่ และเมื่อนำค่าพิกัดลงในแผนที่ภูมิประเทศ ปรากฏว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสวนเมี่ยง ตรวจสอบผลการดำเนินงานตามมติ ค.ร.ม.30 มิถุนายน 2541 ปรากฏว่าบริเวณแปลงที่ 1 ตรวจสอบพบว่าทับซ้อนแปลงที่ดินของนางอิ้งจิต ชมพูพล ซึ่งได้สำรวจรังวัด และขึ้นทะเบียนไว้จำนวนเนื้อที่ 70 – 1 – 75 ไร่ แต่จากการตรวจสอบสภาพปัจจุบันปรากฏว่าสภาพพื้นที่จริงมีลักษณะบุกรุกขยายเพิ่มเติมและจากการสอบถามนายจรัญ ซึ่งเป็นผู้ทำกินในพื้นที่ข้างเคียงให้ถ้อยคำว่านาง อิ้งจิตฯ ได้ขายที่ดินให้กับ “ไร่ไตรสุวรรณ” และบริเวณพื้นที่ตรวจสอบทั้ง 2 แปลง เป็นพื้นที่ของไร่ไตรสุวรรณ สอดคล้องกับคำให้การของนายอำนาจ สุวรรณเกาะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 ซึ่งให้ถ้อยคำในลักษณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่กับภาพถ่ายทางอากาศปี พ.ศ.2545 ปรากฏว่าสภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ป่าบางส่วนและบางส่วนเป็นพื้นที่ผ่านการบุกรกแผ้วถาง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล ได้ปรากฏผู้แสดงตนเป็นเจ้าของพื้นที่โดยใช้โทรศัพท์โทรติดต่อเจ้าหน้าที่ และแจ้งว่าบริเวณพื้นที่ตรวจสอบทั้งสองแปลงเป็นของนางแสงดาว ปัญเศษ ซึ่งเป็นภรรยาของผู้แจ้ง และแจ้งว่าได้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวเมื่อประมาณสิบปีที่ผ่านมาโดยพร้อมที่นำเอกสารมายืนยันชี้แจงพร้อมทั้งเมื่อได้รับการนัดหมาย แต่ปัจจุบันตนเองและภรรยาทำงานอยู่ต่างพื้นที่จึงขอให้แจ้งนัดหมายล่วงหน้า คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วลงความเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าแปลงใหญ่เพื่อประโยชน์ส่วนตน อีกทั้งมีลักษณะเป็นการซื้อขายเปลี่ยนมือและบุกรุกขยายพื้นที่เพิ่มเติม ซึ่งไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และนโยบายรัฐที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย จึงได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ พร้อมทั้งจัดทำบันทึกการตรวจยึด นำส่ง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามตัวนางแสงดาวฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สรุปรวมเปิดยุทธการฯ 5 วัน (6-10 ส.ค.62) สามารถตรวจยึดพื้นที่บุกรุกป่าสงวนฯ จากนายทุนได้แล้วรวมจำนวน 10 แปลง พื้นที่รวม 1,550 – 1 – 03 ไร่ ค่าเสียหายของรัฐเป็นเงินรวม ประมาณ 105,749,145.80 บาท ความคืบหน้าผลการปฏิบัติตามยุทธการฯ