รื้อถอนสวนยางพาราของนายทุนในพื้นที่ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ในพื้นที่ น้ำก้อ-น้ำชุน 0.เพชรบูรณ์

รื้อถอนสวนยางพาราของนายทุนในพื้นที่
ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ในโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำก้อ-น้ำชุน จังหวัดเพชรบูรณ์
ภายใน 30 วัน โดยไม่ต้องฟ้องศาลแพ่งบังคับคดี
  1. เวลา 1000 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สบอ.11 กรมอุทยานฯ, พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฎิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.,นายสมชาย ภิญโญชูโต หัวหน้าโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำก้อ-น้ำชุน จ.เพชรบูรณ์ และนายสมชาย ฉิมแย้ม ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ได้ร่วมกันปฏิบัติการตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม, นายจตุพร บุรษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยฯ และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯให้ดำเนินการเด็ดขาดกับนายทุนผู้บุกรุกป่า โดยได้ร่วมกันออกติดป้ายประกาศ ให้นางสุกัญญาฯ และนายประเวศฯ ผู้เป็นทายาท หรือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ให้ทำการรื้อถอนสวนยางพารา แปลงที่ 1 เนื้อที่ 66 ไร่ 3งาน 8 ตารางวา จำนวน 5,875 ต้น และแปลงที่ 2 เนื้อที่ 21 ไร่ 1งาน 28 ตารางวา จำนวน 2,173 ต้น รวม 2 แปลง เนื้อที่ 88ไร่ 36 ตาราวา จำนวนยางพารา 8,048 ต้น ที่คณะเจ้าหน้าได้ตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวนสภ.หล่มเก่า ดำเนินคดีไปเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2562 และวันที่ 4  มีนาคม 2562  บริเวณพื้นที่ป่าไม้ 2484 โครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำก้อ-น้ำชุน บ้านภูโปด  หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านเนิน อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยใช้มาตราการใหม่ ไม่ต้องไปฟ้องศาลเพ่งให้บังคับคดีรื้อถอนเหมือนเมื่อก่อนที่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะรื้อถอนได้ ตามหนังสือกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่ ทส.0906.204/2503 ลงวันที่ 11 กันยายน 2562 ข้อ 2 ต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินในพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ.2484 ต้นไม้ที่ปลูกย่อมไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใด และไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ปลูก พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการฟื้นฟู และพัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าวตามหลักวิชาการได้เลย  และความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา   (คณะที่7) เรื่องเสร็จที่723/2553 ที่ให้ความเห็นว่าพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปทำลายดินกั้นน้ำทะเลในพื้นที่ นส.3 ที่ถูกเพิกถอนกลับกลายมาเป็นพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ.2484ได้ และพ.ร.บ.วิธีปฎิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 3 มาตรา 63/2 มาตรา 63/21 มาตรา 63/22  ที่ให้ใช้มาตราการบังคับทางปกครองตามกฏหมายวิธีปฎิบัตินี้ได้ ในกรณีกฎหมายอื่นไม่มีมาตรการทางปกครอง หรือมีมาตราการทางปกครองแต่มาตรการทางปกครองต่ำกว่า                    
  2. หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ปิดป้ายประกาศรื้อถอนแล้ว ในส่วนของผู้ต้องหา นางสุกัญญาฯและนายประเวศฯ, ทายาท หรือผู้มีส่วนได้เสีย มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่ง และฟ้องศาลปกครองได้ ภายใน 90 วัน หากศาลปกครองชั้นต้นไม่มีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราว เมื่อครบกำหนดตามประกาศของเจ้าหน้าที่แล้ว เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการรื้อถอนโดยทันที  
  3. ในพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ไม่ได้บัญญัติให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการรื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผล อาสิน ไว้ไม่เหมือนกับพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ หรือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่มี พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 22 หรือพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 25 บัญญัติไว้ให้ดำเนินการทางปกครองรื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผล อาสิน ได้ทันที โดยไม่ต้องรอคดีถึงที่สุด  จึงเป็นช่องทางให้นายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ.2484  อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย การที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ออกแนวทางใหม่ในการรื้อถอน สวนยางพาราของนายทุน ในพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ครั้งนี้  จะเป็นตัวอย่างที่ดีในการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ.2484 ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่อื่น ๆ ให้ดำเนินการอย่างเข้มข้น และเด็ดขาดต่อไป