วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

๗ ธันวาคม ๒๕๖๐      คณะเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ (ศปก.พป) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หน.หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า,  ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้, ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน., อช.เขาแหลม, ขหล.อุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร กาญจนบุรี, กอ.รมน.จังหวัด ก.จ., ทสจ.จ.กาญจนบุรี และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกาญจนบุรี ร่วมกันเข้าตรวจสอบวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ ม.๗ ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี วัดในโครงการส่งเสริมให้วัดช่วยงานด้านป่าไม้ในระยะที่ ๑ (พ.ศ.๒๕๕๓-๒๕๕๗) เนื้อที่ ๒๔๒ ไร่ สิ่งปลูกสร้างจำนวน ๑๗ หลัง และอยู่ระหว่างการขออนุญาตในระยะที่ ๒ จากกรณีเรื่องร้องเรียนว่าภายในวัดดังกล่าวมีไม้ท่อนและไม้แปรรูปจำนวนมาก ร่วมทั้งการตั้งโรงงานแปรรูปไม้ภายในวัด จากการตรวจสอบวัดดังกล่าว พบ พระเย็น หมง ประธานสงฆ์วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ รับทราบเรื่องราวและยินดีเป็นผู้นำตรวจสอบไม้ทั้งหมด    ผลการตรวจสอบปรากฏ ดังนี้
                               – พบไม้ท่อนขนาดใหญ่จำนวนมาก ซึ่งพระเย็น หมง ชี้แจงว่าเป็นไม้นำเข้าจากต่างประเทศ มีเอกสารการนำเข้า ผ่านด่าน นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ แต่มีไม้ส่วนหนึ่ง ไม่มีรอยดวงตรา ของพนักงานเจ้าหน้าที่ และเป็นไม้ที่กองแยกไว้ต่างหาก คณะเจ้าหน้าที่ ได้รับคำชี้แจ้งจากเจ้าอาวาส ว่าส่วนไม้ที่ไม่มีดวงตรานั้น ได้ตัดไปแกะสลักเป็นรูปพระ แต่ จนท.ยังต้องพิสูจน์ ให้แน่ชัดอีกที
                               – พบไม้แปรรูปจำนวนมาก เก็บรักษาไว้ในโกดังภายในวัด ซึ่งพระเย็น หมง ชี้แจงว่าไม้แปรรูปได้นำเข้า และผ่านด่าน จากต่างประเทศ(ฝั่ง จ.หนองคาย และ จ.ตาก)โดยทางฝั่ง จ.ตาก นำเข้ามาในรูปแบบการอำพรางเป็นเฟอร์นิเจอร์ คณะเจ้าหน้าที่ ได้พิจารณาร่วมกันเห็นว่า การสำแดงไม้แปรรูปแผ่น เป็นฟอรนิเจอร์(โต๊ะ)นั้น การนำเข้าฟอรนิเจอร์ทั่วไป ทุกชิ้นจะทำสำเร็จรูปคือ สามารถใช้ได้จริงทุกชิ้นมีการลงน้ำมันพร้อมใช้งาน แต่ที่พบไม้ดังกล่าวไม่มีความพร้อมที่ใช้งานได้ และที่สำคัญ เจ้าอาวาส ได้แจ้งต่อ จนท.ว่าไม้ที่สั่งซื้อมาไม่ได้มาทำโต๊ะ แต่จะเอามาทำประตูโบสถ์ และ บานหน้าต่าง
คณะเจ้าหน้าที่ จึงเห็นว่าการอำพรางหรือ การสำแดงเท็จ เพื่อให้การได้มาสมบูรณ์ แต่ไม่ถูกต้องตามความจริง เป็นการทำผิดกฏหมายแน่นอน ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ แผ่น
                               – พบตู้คอนเทรนเนอร์จำนวนมากซึ่งภายในเก็บไม้แกะสลัก เฟอร์นิเจอร์ และไม้แปรรูป จำนวนมาก และเป็นข้อน่าสงสัย หลังจากที่เจ้าอาวาส แจ้งว่าไม้ท่อนที่ไม่มีดวงตรานั้น ได้ตัดมาทำแกะสลักพระ แต่กลับ พบใบสำแดงใบกำกับภาษี มีการนำเข้าไม้แกะสลัก รูปพระต่างๆ จำนวนหนึ่ง นั้นหมายถึง ไม่ตรงกับคำให้การของเจ้าอาวาส
                               – พบเลื่อยโซ่ยนต์ และอุปกรณ์แปรรูปไม้ และไม้ชิงชัน อีกจำนวนหนึ่งในส่วนนี้ จนท.จึงได้กล่าวหาในข้อหาตาม พรบ. ความผิดฐานต่างๆ
                               – พบสิ่งปลูกสร้างภายในวัดที่เพิ่มเติมจากการขออนุญาตเข้าร่วมโครงการส่งเสริมให้วัดช่วยงานด้านป่าไม้
เนื่องจากภายในวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ มีไม้ท่อน ไม้แปรรูป จำนวนมาก รวมถึงลักษณะการตั้งโรงงานแปรรูปไม้ และมีเครื่องจักรหนักจำนวนมาก อาทิเช่น รถเครน,รถแทรคเตอร์, ตู้คอนเทรนเนอร์ เป็นต้น เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจยึด/อายัดไม้
ดังกล่าวให้ทางวัดนำเอกสารมาแสดงการได้มาของไม้แต่ละชิ้น เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดและขยายผลที่มาของไม้ดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการพุทธส่งเสริมพระสงฆ์ช่วยงานด้านป่าไม้ (พุทธอุทยาน)ด้วย

ในกรณีที่วัดไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงของการได้มาของไม้ หรือชี้แจงไม่ได้ ผู้ครอบครองไม้ดังกล่าว จะมีความผิด ในการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต,
ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตและครอบครองเลื่อยโซ่ยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งในเบื้องต้น เจ้าอาวาส รับว่าเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ พร้อมแท่นป่าไม้และไม้ประดู่ชิงชัน เป็นของวัด    ผลการตรวจสอบและขยายผลอย่างละเอียดจะติดตามและรายงานให้ทราบต่อไป