วันที่ ๕ มิ.ย.๖๓ ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ จ.เชียงใหม่

๑.  เวลา ๑๓๓๐ ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน. ได้บูรณาการคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่​ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน.นำโดยพ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ, หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร)กรมป่าไม้ นำโดยนายสมชาย ฉิมแย้ม หัวหน้าฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ภาคเหนือ, กอ.รมน.จังหวัด ช.ม.,ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้เชียงใหม่,
หน่วยป้องกัน และพัฒนาป่าไม้แม่แตง, ส่วนจัดการป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ ๑ (เชียงใหม่), ฝ่ายปกครองอำเภอแม่แตง​และองค์การบริหารส่วนตำบลกื้ดช้าง ประมาณ ๓๐ นาย ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ ค.๒๓๔/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ เข้าตรวจสอบสถานประกอบการ ชื่อ วังน้ำหยาดรีสอร์ท เลขที่ ๔/๒ หมู่ที่ ๒ ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ตามที่มีหนังสือร้องเรียนถึง ศปป.๔ กอ.รมน.และกรมป่าไม้เพื่อตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ, การก่อสร้างอาคารรุกล้ำลำน้ำและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรวจค้นพื้นที่ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐ น. ถึง เวลา ๑๘.๐๐ น.

               ๒. คณะเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวพร้อมหมายค้น แจ้งกับนางบัวผาย บุญตัน อายุ ๕๙ ปี เลขที่ ๔/๒ บ.แม่ตะมาน หมู่ ๒ ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้นำตรวจ และให้ถ้อยคำว่าเป็นเจ้าของวังน้ำหยาดรีสอร์ท เริ่มประกอบกิจการประมาณปี พ.ศ.๒๕๔๕ ด้วยตนเองให้บริการที่พัก อาหาร และเครื่องดื่ม จนถึง
ปี พ.ศ.๒๕๕๓ ได้ติดต่อชนพื้นเมืองเผ่ากระเหรี่ยงคอยาว,กระเหรี่ยงหูใหญ่, ชาวอาข่า และลีซู มาแสดง
การดำเนินวิถีชีวิตให้นักท่องเที่ยวชม โดยได้ยื่นแจ้งการเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปัจจุบันชนเผ่าได้เดินทางกลับถิ่นกำเนิดจนเกือบหมดเนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด ๑๙ สำหรับวังน้ำหยาดรีสอร์ท นางบัวผายฯ ได้สร้างบ้านพักเพิ่มเติมจนถึงปี พ.ศ.๒๕๖๑ ปัจจุบันปรากฏอาคาร จำนวน ๑๔ หลัง (มีห้องพัก ๒๘ ห้อง) และมีบ้านพักของนางบัวผายฯ จำนวน ๓ หลัง, อาคารร้านค้าบริการ จำนวน ๒ หลัง สำหรับพื้นที่ที่ให้ชาวพื้นเมืองชนเผ่าอาศัยอยู่ สร้างเป็นกระท่อมเพิงพักชั่วคราว จำนวน ๒๐ หลัง, มีซุ้มนั่งเล่นริมน้ำ จำนวน ๒ ซุ้ม และสร้างสะพานคอนกรีตข้ามห้วยน้ำหยาด จำนวน ๒ จุดสะพาน กว้างประมาณ ๒ เมตร ยาวประมาณ ๑๐ เมตร
ซึ่งนางบัวผายฯ ยอมรับว่าเป็นผู้สร้างเองทั้งหมดและปัจจุบันกำลังก่อสร้างบ่อเก็บน้ำคอนกรีต เสริมเหล็ก ขนาด  ๖ x ๘ เมตร ส่วนการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นางบัวผายฯได้ยื่นขออนุญาตจากสรรพสามิตจังหวัดเชียงใหม่แล้ว สำหรับที่ดินนางบัวผายฯ ได้ซื้อต่อจากญาติ ชื่อนายชัยมงคล อินจม และนายสม จันทรส จำนวน ๒ แปลง รวมเนื้อที่  ๔ ไร่ ซึ่งมีเอกสารสิทธิ (สค.๑) สำหรับที่ดินนอกเหนือจากนั้น ได้ซื้อจากนายจำเริญ หม่อนมา ในราคา ๓๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่ได้มีการตรวจสอบรังวัดพื้นที่ ว่ามีจำนวนเท่าใด เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๕๕ พื้นที่ในเอกสารสิทธิ สค.๑ นางบัวผายฯ ได้ปลูกสร้างอาคารบ้านพักที่อยู่อาศัย และบ้านพักบริการนักท่องเที่ยวบางส่วน และสำหรับพื้นที่ที่ซื้อจากนายจำเริญฯ รวมทั้งพื้นที่ของสามีนางบัวผายฯ (นายสุวรรณ บุญตัน) จับจองเนื้อที่ประมาณ ๒๔ – ๐ – ๐๐ ไร่ ไม่มีเอกสารสิทธิ โดยได้สร้างอาคารบ้านพักบางส่วน ปลูกไม้ผล และเลี้ยงสัตว์ โดยนายสุวรรณฯ ได้เสียชีวิตแล้ว และได้เคยแจ้งขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒ ซึ่งได้แสดงสำเนาใบตอบรับ ๒๖๘๗ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๒ ครอบครองที่ดิน
ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แตง ท้องที่ ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ตรวจสอบแล้วพบว่ามี
จำนวน ๒ แปลง แปลงที่ ๑ เนื้อที่ ๒๐ ไร่ แปลงที่ ๒ เนื้อที่ ๔ ไร่ นางบัวผายฯ และนายบรรพต บุญตัน บุตรชาย เป็นผู้นำชี้ขอบเขตพื้นที่การครอบครองที่ดินทั้งหมด

           ๓. จากการนำชี้ของนางบัวผายฯ และนายบรรพตศ (บุตรชาย) ซึ่งได้นำชี้พื้นที่ครอบครองทำประโยชน์โดยพื้นที่บางส่วนมีรั้วลวดหนามเสาคอนกรีตแสดงแนวเขตที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ได้บันทึกค่าพิกัดด้วยเครื่องมือหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม (จีพีเอส) จำนวน ๓๙ จุด ตามระบบฐานข้อมูล UTM WGS ๑๙๘๔ ระวางแผนที่ ๔๗๔๗ II คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการรังวัดและขึ้นรูปแปลงดังกล่าวพบว่าพื้นที่นำชี้ทั้งหมดจำนวนเนื้อที่ ๒๕ – ๐ – ๗๗ ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แตง จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ
ปี พ.ศ.๒๕๔๕ บางส่วนมีร่องรอยการใช้ประโยชน์จำนวนเนื้อที่ ๑๘- ๐ – ๗๑ ไร่ และพื้นที่บางส่วนมีสภาพ
เป็นป่า จำนวนเนื้อที่  ๗ – ๐ – ๐๖ไร่ โดยพื้นที่ซึ่งมีร่องรอยการทำประโยชน์ครอบคลุมบริเวณที่นางบัวผายฯ แจ้งว่ามีเอกสารสิทธิ์ สค.๑ เนื้อที่ ๔ ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่ปัจจุบันใช้ปลูกสร้างบ้านพัก และอาคารบริการนักท่องเที่ยวรวมทั้งพื้นที่พักอาศัยของชนพื้นเมือง

             ๓.๑ จากการตรวจสอบข้อกฎหมาย และนโยบายรัฐบายที่เกี่ยวข้อง พบว่าพื้นที่บางส่วนที่มีสภาพป่าตามภาพถ่ายทางอากาศปี พ.ศ.๒๕๔๕ ขัดกับหลักเกณฑ์ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒ ซึ่งระบุว่าในกรณีที่มีการบุกรุกตัดต้นไม้และหรือแผ้วถางพื้นที่อันไม่ใช่พื้นที่ที่อยู่อาศัย/ทำกินอยู่แล้ว และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับการประกอบธุรกิจโรงแรมและการก่อสร้างอาคารซึ่งดำเนินการก่อนวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๒ ยังได้รับการชะลอการบังคับ
ใช้กฎหมายตามคำสั่ง คสช ที่ ๖/๒๕๖ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๒

​               ๓.๒ คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว เห็นว่าการบุกรุกครอบครองพื้นที่ในบริเวณที่มีสภาพป่าตามภาพถ่ายทางอากาศ พ.ศ.๒๕๔๕ จำนวนเนื้อที่ ๗ ไร่ ของนางบัวผาย บุญตัน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นการกระทำผิดต่อพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๕๔ ฐาน “ก่อสร้างแผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” และพ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗และแก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา ๑๔ ฐาน “ยึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ มาตรา ๒๖/๔ ฐาน “ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใด
โดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือเป็นเหตุให้เกิดการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากร ธรรมชาติ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผู้นั้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากร ธรรมชาติที่ถูกทำลายสูญหายหรือเสียหายไป”เหตุเกิดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แตง ท้องที่ บ้านแม่ตะมาน หมู่ ๒ ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

           ๔. สรุปผลการตรวจสอบ ดังนี้

               ๔.๑ ตรวจยึดพื้นที่จำนวน ๗-๐-๐๖ ไร่ เสียหายของรัฐเบื้องต้นเป็นเงิน ๔๗๘,๗๓๓.๒๐ บาท
ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่มอบหมายให้นายไพโรจน์ บุญญรัตนศิริ ตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และให้นายเฉลิม เรืองศักดิ์ ตำแหน่ง พนักงานพิทักษ์ป่า ส ๓ เป็นพยาน นำเรื่องราวร้องทุกข์
ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่แตง เพื่อดำเนินคดีกับนางบัวผายฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ตาม ปจว.ข้อ ๖ เวลา ๒๒๐๐ คดีอาญาที่๒๙๗/๒๕๖๓ ลง ๕ มิ.ย.๖๓

               ๔.๒ คณะเจ้าหน้าที่มอบหมายให้ นายก อบต.กื้ดช้าง ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร
พ.ศ.๒๕๒๒ โดยสั่งให้รื้อถอนอาคารที่รุกล้ำลงไปในลำน้ำหยาด จำนวน ๒ หลัง และดำเนินคดีกรณีก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ กอ.รมน.จังหวัด ช.ม.ประสานการปฏิบัติพร้อมทั้งรายงานผลการปฏิบัติให้ ศปป.๔ กอ.รมน.ทราบต่อไป