ศปป.4 บูรณาการปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าจากกลุ่มนายทุนและผู้บุกรุกในพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าแห่งชาติ (คปป.) ตามนโยบายพลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) โดยการนำของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.),นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  และ พล.ท. เรืองสิทธิ์  มิตรภานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.4 กอ.รมน.)ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.บูรณาการปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าจากกลุ่มนายทุนที่บุกรุกป่าในพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ดังนี้

1.    วันที่ 26 มี.ค. 62 เวลา 1100 พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.ได้บูรณาการ คณะเจ้าหน้าที่ดังกล่าวประมาณ 30 นาย ประกอบด้วย

      1.1  โครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อ-น้ำชุน

      1.2  เจ้าหน้าที่ ศปป.4 กอ.รมน.

      1.3  สายตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ สายที่ 3 จังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก

      1.4  โครงการพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อ-น้ำชุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

      1.5  อุทยานแห่งชาติเขาค้อ

      1.6  เจ้าหน้าที่ฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่2 (หนองแม่นา)

      1.7  เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.18 (น้ำชุน) สจป.4 สาขาพิษณุโลก กรมป่าไม้

      1.8  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 บ้านวังเงิน ต.น้ำชุน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

      1.9  กอ.รมน.จังหวัด พ.ช.

      1.10  ทหาร กกล.รส.ม.พัน.28 พล.ม.1

      1.11  ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้

2.    คณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับว่าด้วยการป่าไม้ หลังจากสืบทราบได้ว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสร้างรีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศ ในโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำก้อ-น้ำชุน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2546  เพื่อป้องกันและบรรเทาการเสียหายจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ จำนวนเนื้อที่ 132,626 ไร่  เหตุเกิดบริเวณ ป่าริมถนนหมายเลข 12 ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 345 – 346 บ้านห้วยโปร่ง  หมู่ 13 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ อยู่ในโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อ-น้ำชุน

3.    คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกัน จับกุมตรวจยึดรีสอร์ท รวม 3 ราย พื้นที่รวมจำนวน  4 – 3 – 24 ไร่ ค่าเสียหายรวม 328,254.69 บาท ตรวจยึดอาคารสิ่งปลูกสร้างรวม 14 หลัง และตรวจสอบพื้นที่ 1 แปลง ดังนี้

      3.1  ตรวจยึดรีสอร์ทน้ำชุน ของนายถวิล อุดทา อายุ 77 ปี พื้นที่บุกรุก 1 – 2 – 32 ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 107,825.87 บาท ตรวจยึดอาคารที่พัก และสิ่งปลูกสร้างถาวร จำนวน 7 หลัง ซึ่งไม่ใช่ราษฎรเดิมที่อยู่อาศัย หรือทำกินตามมติ ครม.30 มิ.ย.41 และเป็นการบุกรุกใหม่หลังคำสั่ง คสช.ปี 57

      3.2  ตรวจยึดรีสอร์ท ไม่มีชื่อ จับกุม น.ส.สุภาพร คล้ายผา อายุ 41 ปี เลขที่ 98 หมู่ 8 ต.น้ำก้อ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์พื้นที่บุกรุก 2 – 0 – 84 ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 150,819.72 บาท ตรวจยึดอาคารที่พัก และสิ่งปลูกสร้างถาวร จำนวน 3 หลัง ซึ่งไม่ใช่ราษฎรเดิมที่อยู่อาศัย หรือทำกินตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41 และไม่ใช่ผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ทำกิน ตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/ 57

      3.3  ตรวจยึดรีสอร์ทบ้านสายน้ำ&สายลม จับกุมนายมนตรี วัฒนพลาศาสตร์ อายุ 48 ปี เลขที่ 70 หมู่ 5 ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์พื้นที่บุกรุก 1 – 0 – 08 ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 69,609.10 บาท ตรวจยึดอาคารที่พัก และสิ่งปลูกสร้างถาวร จำนวน 4 หลัง ซึ่งไม่ใช่ราษฎรเดิมที่อยู่อาศัย หรือทำกินตามมติ ครม.30 มิ.ย.41 และไม่ใช่ผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ทำกิน ตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/ 57

      3.4  ตรวจสอบพื้นที่ปลูกบ้านพักตากอากาศของนายภิญโญ ธรรมมา บ้านเลขที่ 309 หมู่ 13 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ พื้นที่ 1.7 ไร่ ได้รับมรดกจากนายเฉลี่ยง ธรรมมา(บิดา) เป็นราษฎรเดิมที่ทำกินมาต่อเนื่องตามมติ ครม.30 มิ.ย.41

4.    คณะเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกตรวจยึด นำส่ง พงส.สภ.หล่มสัก ดำเนินคดีโดยแจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้

      4.1  ฐาน “ ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”  ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484มาตรา 54

      4.2  ฐาน “ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น” ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 55

     4.3  ฐาน “ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตาม ม.54 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน           ห้าหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 72ตรี