เข้าตรวจสอบการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าสองฝั่งลำน้ำแควน้อย เพื่อสร้างรีสอร์ทติดลำน้ำแควน้อย ในพื้นที่ ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก

ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน. นำโดย
พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ, หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร)นำโดยนายสมชาย ฉิมแย้ม, กอ.รมน.จังหวัด พ.ล., ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ ๖ กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๔ สาขาพิษณุโลก, หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้วัดโบสถ์, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.๙ (ปากพราน), อุทยานแห่งชาติแควน้อย(เตรียมการ) และตำรวจ สภ.วัดโบสถ์ รวมประมาณ ๓๐ นาย

เมื่อคณะเจ้าหน้าที่เดินทางถึงสวนแสงพรหม รีสอร์ท พบนายวชิระพงษ์ บำรุงมี อายุ ๓๒ ปี
ให้การว่าเป็นผู้จัดการรีสอร์ท มีคนงาน ๘ คน และได้นำเอกสารสิทธิ์ที่ดิน เป็น น.ส.๓ ข. พื้นที่ ๕๐ ไร่ ระบุชื่อน.ส.จรรยา(มนัสนันท์) อภิชัยศิริภัทร เป็นเจ้าของ มาแสดงต่อ เจ้าหน้าที่ พ.อ.พงษ์เพชรฯ ได้สอบถามถึงใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม นายวชิระพงษ์ฯ ได้นำใบอนุญาตเลขที่ ๖/๒๕๕๘ มาแสดงให้เจ้าหน้าที่ดู ระบุชื่อเจ้าของรีสอร์ทคือ นางมนัสนันท์ อภิชัยธนาธิป ประกอบกิจการโรงแรมประเภท ๓ จำนวนห้องพัก ๔๒ ห้อง สถานที่ตั้ง เลขที่ ๒๔๕ หมู่ ๑ ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ ออกให้ตั้งแต่ ๑๙ ส.ค.๕๘ ถึง ๑๘ ส.ค.๖๓ เจ้าหน้าที่จึงให้นายวชิระพงษ์ฯ นำชี้ขอบเขตที่ดินของรีสอร์ทสวนแสงพรหมจับค่าพิกัด มาคำนวณเนื้อที่ได้ จำนวน ๑๐๒ – ๐ – ๘๐ ไร่ ซึ่งพื้นที่ไม่ตรงกับเอกสารสิทธิ์ น.ส.๓ ข ที่นำมาแสดงมีพื้นที่เพียง ๕๐ ไร่ และ มีอาณาเขตไม่ติดต่อกับลำน้ำแควน้อย และจากการตรวจสอบข้อมูล และการสืบสวนของ DSI ระบุว่า น.ส.๓ ข ฉบับนี้ตำแหน่งที่ตั้งจริงอยู่คนละฝั่งแม่น้ำแควน้อยโดยอยู่ห่างออกไปประมาณ ๕ กิโลเมตร

ปัจจุบัน เป็นเขต สปก.ไปแล้ว ดังนั้น น.ส.๓ ข ที่ผู้จัดการสวนแสงพรหมรีสอร์ท นำมาแสดงจึงเป็น น.ส.๓ ข ที่บินมาลงในที่ตั้งรีสอร์ทปัจจุบัน และบวม จาก ๕๐ ไร่ เป็น ๑๐๒ ไร่ เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเป็นความผิดฐาน ตาม ม.๑๔ และม.๓๑ แห่งพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๕๔, ม.๕๕ และ ม.๗๒ ตรี อย่างชัดเจน จึงได้ร่วมกันจับกุม/ตรวจยึดพื้นที่, อาคารที่พัก และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวัดโบสถ์เพื่อติดตามตัวนายทุนเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้ และดำเนินคดี ต่อไป