๑๔ พ.ค.๖๓ ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ป่าท้ายบ้านเพชรดำ ในเขตป่าไม้ถาวรป่าทุ่งแสลงหลวง หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เขาค้อ และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.๒ (เขาค้อ)

๑. เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ป่าท้ายบ้านเพชรดำ ในเขตป่าไม้ถาวรป่าทุ่งแสลงหลวง ท้องที่บ้านเพชรดำ หมู่ที่ ๑๐ ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งติดต่อกับพื้นที่ตรวจยึดในคดีอาญาที่ ๒๕๔/๒๕๖๒ ปจว.ข้อ ๔ ลง ๑ พ.ย.๖๓ 

๒. ผลการตรวจสอบพบสิ่งปลูกสร้างเป็นห้องน้ำ- ห้องสุขา จำนวน ๒ หลัง(รวม ๑๔ ห้อง)อยู่ใกล้อาคารเอนกประสงค์ ซึ่งถูกตรวจยึดในคดีอาญาที่ ๒๕๔/๒๕๖๒ ขณะตรวจสอบไม่พบบุคคลใดในบริเวณที่เกิดเหตุ ตรวจสอบโดยรอบพบว่าพื้นที่บางส่วนมีลักษณะการปรับเป็นขั้นบันได บางส่วนเป็นทางลำลอง บางส่วนเป็นซุ้มนั่งเล่น และทางเดินเท้า พร้อมทั้งมีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ และเจ้าหน้าที่พบว่ามีการขุดเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้พร้อมทั้งวางระบบให้น้ำต้นไม้ที่ปลูกด้วย เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบกับพื้นที่ตรวจยึดเดิมเนื้อที่ ๐ – ๓ – ๐๐ ไร่ พบว่าบริเวณพื้นที่ตรวจสอบ อยู่ล้อมรอบพื้นที่ตรวจยึดดังกล่าว และมีการทำประโยชน์พื้นที่เชื่อมโยงในลักษณะเป็นเจ้าของเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบรังวัดพื้นที่โดยรอบด้วยเครื่องมือหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม (จีพีเอส) จำนวน ๒๒ จุด รวมเนื้อที่ ๗ – ๐ – ๒๘ ไร่ เมื่อตัดพื้นที่ตรวจยึดเดิมจำนวน ๐ – ๓ – ๐๐ ไร่ คงเป็นพื้นที่บุกรุกใหม่ จำนวน ๖ – ๑ – ๒๘ ไร่ โดยพื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรป่าทุ่งแสลงหลวง มีพื้นที่บางส่วนทับซ้อนแปลงที่ดิน รอส. ของนายสาม สิงแก้ว, พื้นที่บางส่วนทับซ้อนแปลง รอส. ของนายเฉียว สินเช้า และแปลง รอส. ของราษฎรรายอื่น ๆ อีกเล็กน้อย โดยพื้นที่ทั้งหมดจำแนกเป็นพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ ๒

           ๓. เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสอบถาม นางกรองกาญจน์ฯ ราษฎรบ้านเลขที่ ๑๑๕ หมู่ ๑๐ ต.เขาค้อ
อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเคยอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของพื้นที่ตรวจยึดเดิมเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ได้ให้ถ้อยคำว่า แท้จริงแล้วได้ขายพื้นที่ถือครองที่ได้รับจากบิดา (นายสาม สิงแก้ว) เนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ให้กับเจ๊เปีย (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) เป็นนายทุนจากเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในราคา ๑,๐๕๐,๐๐๐ บาท เมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๒ ซึ่งหลังจากขายที่ดินแล้วไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกเลย การก่อสร้าง และปลูกต้นไม้ในเวลาต่อมากระทำโดยเจ๊เปีย ซึ่งได้จ้างคนจากต่างถิ่นมาทำการก่อสร้าง และปลูกต้นไม้ สาเหตุที่นางกรองกาญจน์ฯ รับเป็นเจ้าของ
จำนวน ๓ งาน ในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ครั้งแรก เนื่องจากตกใจกลัวว่าจะมีความผิดที่นำที่ดินไปขาย
จึงยอมรับเป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งนางกรองกาญจน์ฯ ยืนยันว่าปัจจุบันไม่ได้เป็นเจ้าของ และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้นตั้งแต่ขายไปแล้ว

               ๓.๑ เจ้าหน้าที่ได้สอบถามผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑๐ บ.เพชรดำ ให้ถ้อยคำว่า รู้จักกับนางกรองกาญจน์ฯ เป็นอย่างดี และทราบว่าแปลงที่ดินบริเวณริมทางไปกังหันลม เนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ เดิมเป็นของนายสาม สิงแก้ว และต่อมาได้ยกให้นางกรองกาญจน์ฯ ทำประโยชน์ ซึ่งนางกรองกาญจน์ฯ ได้ขายให้กับคนจากภาคใต้เมื่อปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ.๒๕๖๒)

​​               ๓.๒ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อมูลการแจ้งครอบครองพื้นที่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ปรากฏว่า บริเวณพื้นที่ตรวจสอบได้เปลี่ยนมือเป็นของนายทุน ชื่อ นางสาวอารมณ์ ผลเจริญ ที่อยู่ ๒๙/๒ ม.๓ ต.แม่น้ำ
อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มาแจ้งเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ดังกล่าว จำนวน ๓ – ๑ – ๙๙ ไร่ และ ๔ – ๐ – ๘๐ ไร่ ซึ่งผิดเงื่อนไข และไม่มีคุณสมบัติตามโครงการ คทช.

           ๔. คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว การกระทำของเจ๊เปียฯเป็นความผิดกฎหมายป่าไม้
จึงตรวจยึด พื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก จำนวน  ๖-๑-๒๘ ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐเบื้องต้น เป็นเงิน ๔๓๑,๓๐๓.๕๐ บาท โดยกล่าวหาว่า  กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๕๔ ฐาน “ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” และ มาตรา ๕๕ ฐาน “ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถาง โดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น”

               ๔.๑ เหตุเกิดที่  บริเวณป่าท้ายบ้านเพชรดำ ท้องที่บ้านเพชรดำ หมู่ที่ ๑๐ ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ
จ.เพชรบูรณ์ อยู่ในเขตป่าไม้ถาวรป่าทุ่งแสลงหลวง

               ๔.๒ คณะเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ ดำเนินคดีตามกฎหมายโดยมอบให้ นายบุญสม โตแทนสมบัติ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.๒ (เขาค้อ) เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และให้นายธีรศักดิ์ ยี่ภูศรี เจ้าหน้าที่ตรวจป่า เป็นพยาน ตาม ปจว.ข้อ ๑๐ เวลา ๒๐๒๐ คดีอาญาที่ ๑๑๙/๒๕๖๓ ลง ๑๔ พ.ค.๖๓