ปฏิบัติการ “ป่าสักยั่งยืน”

ชุดปฏิบัติการ สสท.ศปป.๔ กอ.รมน. ปฏิบัติภารกิจร่วมกับชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ในห้วงวันที่ ๔ – ๕ ต.ค.๖๐ ตามที่สถานีตำรวจภูธรน้ำหนาว มีหนังสือที่ตช๐๐๒๑(พช)๐๙/ ๒๒๗๓ ลงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๐ เรื่อง การตรวจยึดพื้นที่ตามยุทธการ “ป่าสักยั่งยืน” นำเรียนอธิบดีกรมป่าไม้ แจ้งว่าจากการดำเนินการสืบสวนสอบสวน ในคดีที่เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึดดำเนินคดีตามโครงการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ (ปฏิบัติการ “ป่าสัก ยั่งยืน”) พบว่ามีคดีอาญาจำนวน ๙ คดี ที่ตรวจพบผู้ถือครองหรือครอบครองที่ดินเพิ่มเติมเข้ามาในแปลงตรวจยึดดำเนินคดีบางคดี ตรวจสอบพบจำนวนมากกว่า ๑๕ คนในแปลงตรวจยึดดำเนินคดี และสามารถแยกการครอบครองอย่างชัดเจน พนักงานอัยการไม่สามารถฟ้องรวมเป็นคดีเดียวกันได้ จึงต้องแยกดำเนินคดีเป็นรายไป ทางกรมป่าไม้ พิจารณาแล้ว เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามแนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๖/๒๕๕๗ เรื่อง เพิ่มเติมหน่วยงานสำหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน สั่ง ณ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ และตามมติคณะรัฐมนตรี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ซึ่งต้องไม่กระทบกับผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ในการนี้เพื่อคัดแยกกลุ่มผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในพื้นที่แปลงยางพาราที่ถูกตรวจยึดดำเนินคดี เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงนำเรื่องราวสรุปส่งให้พนักงานสอบสวน ตามคดีอาญาที่ปรากฏว่ามีข้อโต้แย้ง หรือปัญหาในการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย จึงมอบหมายให้ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) เป็นผู้ประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกับ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน. ดังนี้
           วันที่ ๔ ต.ค.๖๐ เวลา ๑๐๐๐ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดพยัคฆ์ไพร, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.๕(นาพอสอง), พช.๑๘(น้ำชุน), ตำรวจ สภ.น้ำหนาว และฝ่ายปกครอง อ.น้ำหนาว รวม ๒๕ นาย พร้อมกัน ณ ศูนย์การเรียนรู้วนศาสตร์ชุมชน กรมป่าไม้ ม.๔ ต.หลักด่าน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ร่วมตรวจสอบพื้นที่และคัดกรองผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าหลักเกณท์ตามคำสั่งคสช.ที่ ๖๖/๒๕๕๗ จำนวน ๑ ราย และร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่ม จำนวน ๓ คดี
และในวันที่ ๕ ต.ค.๖๐ ปฏิบัติการต่อเนื่องโดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวร่วมกันคัดกรองผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าหลักเกณท์ตามคำสั่ง คสช.ที่ ๖๖/๒๕๕๗ จำนวน ๖ รายและร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่ม จำนวน ๔ คดี

          ภารกิจตรวจยึดสวนยางพาราของนายทุนที่บุกรุกป่าสงวนฯ ในเขต อ.นาแห้ว จ.เลย ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ได้ประสาน กอ.รมน.จังหวัด ล.ย. เลื่อนออกไปก่อนเนื่องจากสภาพอากาศมีฝนตกหนักไม่สามารถเดินทางเข้าพื้นที่ที่จะตรวจยึดได้ แต่ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ อ.นาแห้ว นำข้อมูลการตรวจสอบพื้นที่มาให้ที่ ศูนย์การเรียนรู้วนศาสตร์ชุมชน เข้าร่วมประชุมและวางแผนในการตรวจยึดพื้นที่ต่อไป