12 ต.ค.60 เวลา 1530
ศปป.4กอ.รมน.นำโดย พล.ท.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผอ.ศปป.4 กอ.รมน., พล.ต.ปรเมศวร์ กันมินทร์ รอง ผอ.ศปป.4 กอ.รมน. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ บริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาร้องเรียนโดยมี นายนิวัติ รุ่งสาคร รองผู้ว่าราชการ, พ.อ.เอกธนา. รอง ผอ.รมน จังหวัด ร.บ. ให้การต้อนรับ พร้อม รองอธิบดีกรมโรงงานและคณะทำงานฯ ตามที่จังหวัดแต่งตั้ง, ผู้ประกอบการ และภาคประชาชน ร่วมรับฟังการประชุม มีข้อสรุปดังนี้
        1. อบต.รางบัว ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้อำนาจไว้
         2.ประสานการปฏิบัติ ให้ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับ
             2.1 รวบรวมเอกสารจากกรมโรงงานเกี่ยวกับการตรวจสอบทางธรณีฟิสิกส์ ,ประมานการงบประมาณในการเจาะ
              2.2 กรณีที่บริษัทฯ ประกอบกิจการแล้วสร้างผลกระทบต่อราษฎร พาณิชย์จังหวัด มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการอย่างไร
               2.3 นอกจากการตรวจสุขภาพของราษฎร ทั่ได้รับผลกระทบ สาธารณสุขจังหวัด เมื่อทราบว่าผลวิเคราะห์น้ำ เป็นอันตรายต่อการดำรงชีพของราษฎร จะใช้ พรบ.การสาธารณสุข 2535 แก้ปัญหาน้ำเสียอย่างไร
          3. ตามข้อ2 ให้รวบรวมเอกสารส่ง ศปป.4 กอ. รมน. ภายใน 19 ต.ค.60
          4. ฝ่ายกฎหมาย (นายชนะภูมิ วงษ์ดี นิติกรชำนาญการ) ชี้แจง. กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องและใกล้ตัวมาที่สุด คือ พรบ.การสาธรณสุข 2535 ซี่งให้อำนาจ เจ้าพนักงานท้องถิ่นในการควบคุมกิจการตามที่กฎหมายกำหนด ที่ต้องกำกับดูแล ควบคุม ออกใบอนุญาต บังคับใช้กฎหมาย ฯลฯ ซึ่งใน ม.45 ให้อำนาจ จพง.ท้องถิ่นเมื่อพบกระทำผิด ต้องแจ้งเป็นหนังสือโดยกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า7วัน หากพบว่ายังฝ่าฝืน ให้ จพง.ท้องถิ่น หยุดกิจการในทันที แล้วให้แก้ไขไม่น้อยกว่า7วัน ใน ม.47 ให้อำนาจ จพง.ท้องถิ่นเป็น จพง.ฝ่ายปกครอง จพง.ตำรวจ. มีอำนาจยึด อายัดทรัพย์ ดำเนินคดี รวมถึงสั่งหยุดกิจการทันที เห็นได้ว่า จพง.ท้องถิ่น ต้องมีหน้าที่กำกับมิให้กิจการเหล่านี้สร้างผลกระทบต่อราษฎร