แปลงภูเขา เป็นโฉนด

ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน.ร่วมกับชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้บูรณาการหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่ภูขี้ไก่ ท้องที่ตำบลหินฮาว ตำบลหล่มเก่า และตำบลท่าอิบุญ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ ขอรายงานผลการตรวจสอบพื้นที่ระหว่างวันที่ ๓๐ ต.ค.๖๑ – ๒ พ.ย.๖๑ ดังน้ี

๑.ตรวจสอบข้อมูลพื้นที่
๑.๑ ตรวจสอบลักษณะทางภูมิศาสตร์พบว่า บริเวณภูขี้ไก่เป็นพื้นที่ฝั่งซ้ายของ
แม่น้าป่าสัก พื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นภูเขาขนาดเล็ก และเป็นพื้นที่ต้นน้าของลำห้วยหลายสายซึ่ง ลำห้วยบางสายไหลลงสู่แม่น้าป่าสักโดยตรงและบางสายไหลไปรวมกับแม่น้าป่าสักที่ต.หนองไขว่ อ.หล่มสัก จุดสูงสุดที่ยอดภูขี้ไก่ความสูงประมาณ ๔๐๐ เมตร และจุดต่าสุดความสูงประมาณ ๒๐๐ เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงมีสภาพป่าซึ่งมีลักษณะเป็นป่าเบญจพรรณโดยพันธุ์ไม้เดิมได้แก่ สัก ประดู่ แดง ไม้ไผ่ ฯลฯ พื้นที่บางส่วนมีการใช้ประโยชน์ทำไร่ ทำสวน และทำการเกษตรทั่วไป
๑.๒ สภาพพื้นที่ทางกฎหมายพบว่า พื้นที่ทั้งหมดเป็นอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ และนอกเขตป่าไม้ถาวรฯ และเป็นพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินเกือบทั้งหมด แต่มีพื้นที่เอกสารสิทธิ โฉนดที่ดินบางส่วนจำนวน ๕๗ แปลง ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้เสนอให้กรมที่ดินเพิกถอนในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ เนื่องจากตรวจสอบแล้วเป็นการออกเอกสารโดยมิชอบ และอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิกถอน ของกรมที่ดิน ซึ่งได้พิจารณาเห็นควรเพิกถอนจำนวน ๔๙ แปลง เนื่องจากเป็นพื้นที่ความลาดชัน มากกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ และเป็นที่เขา หรือที่ภูเขา

  

๒. ตรวจสอบพื้นที่จริงปรากฏว่ามีการปรับและขยายเส้นทางเป็นถนนลำลองระยะทาง ประมาณ ๓.๕ กิโลเมตร เข้าพื้นที่โครงการพัฒนาที่ดินสู่เกษตรอินทรีย์และแหล่งท่องเที่ยว(ชุมชนธะ ธรรมชาติ)ซึ่งดำเนินการโดย นายอนัตต์ ณังธะโคตร ญาณธนโชติ (อาจารย์ชา) โดยมีนายมานิตย์ สารีสังข์ (รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหล่มเก่า) และนายสมศรี แปลงไธสง (ส.อบต.ม. ๕) ให้คำแนะนำ เกี่ยวกับข้อปฏิบัติตามระเบียบราชการและช่วยประสานงานราษฎรซึ่งมีที่ดินติดกับเส้นทางเพื่อขยาย เส้นทางให้กว้าง ๑๐ เมตร จากทางสาธารณะประโยชน์เดิมซึ่งกว้างประมาณ ๖ เมตร โดยให้ราษฎร ยินยอมมอบที่ดินบางส่วนเพื่อขยายเส้นทางดังกล่าว ซึ่งปรากฏราษฎรประมาณ ๒๐ราย ลงลายมือชื่อในบันทึก
ยินยอมให้ขยายเขตเส้นทางเข้าไปในที่ดินของตน และได้มีการปรับเส้นทางดังกล่าวจนแล้วเสร็จ แต่คณะเจ้าหน้าที่พบว่ามีต้นไม้สักถูกโค่นล้มตัดฟันจำนวนมาก ซึ่งได้ร่วมกันตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าไม่มีการขออนุญาตให้ตัดฟันไม้สักดังกล่าว จึงได้ร่วมกันตรวจยึดไม้สักดังกล่าว รวมจานวน ๔๐๙ ท่อน ปริมาตรรวม ๑๔.๓๐ ลบ.ม. นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตารวจภูธรบ้านติ้ว ตาม ปจว. ข้อ ๒ คดีอาญาที่ ๑๒๘/๒๕๖๑ ยึดทรัพย์ที่ ๖๑ /๒๕๖๑ ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๑ และ ปจว.ข้อ ๕ คดีอาญาที่๑๓๐/๒๕๖๑ยึดทรัพย์ที่๖๓/๒๕๖๑ ลงวันที่๓๑ตุลาคม ๒๕๖๑ และนำส่งพนักงานสอบสวน
สถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า ตาม ปจว.ข้อ ๑๐ คดีอาญาที่ ๔๙๑/๒๕๖๑ ยึดทรัพย์ที่ ๑๘๘/ ๒๕๖๑ ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๑ โดยนายประจักษ์ มิยา เจ้าพนักงานป่าไม้ชานาญงาน เป็นผู้ร้องทุกข์ กล่าวโทษเพื่อดาเนินคดีกับนายอนัตต์ณังธะโคตร ญาณธนโชติ และผู้เกี่ยวข้อง ว่าร่วมกันกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ (ม.๑๑)ต่อไป ซึ่งในขณะเดียวกันก็ได้มีราษฎร บางรายได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนท้องที่ว่า ตนเองไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมในการตัดฟันไม้สักดังกล่าว
แต่อย่างใด

๓.ในขณะที่คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ เมื่อวันที่ ๓๐ ต.ค.๖๑ นายอนัตต์ณัง
ธะโคตร ญาณธนโชติ (อาจารย์ชา) ได้มาแสดงตัวและให้ถ้อยคำว่าตนเองเป็นผู้ดำเนิน โครงการชุมชนธะธรรมชาติโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นตัวอย่างในการปลูกพืชในรูปเกษตรอินทรีย์ และ ให้ผู้สนใจมาซื้อที่ดินในบริเวณโครงการฯ ซึ่งหากขายได้เป็นผลสาเร็จก็จะขยายโครงการญ ออกไป สำหรับ การสร้างสวนน้ำนั้นเพื่อสร้างจุดสนใจในเชิงธุรกิจ โดยได้ดำเนินโครงการบนที่ดินของนายปณิธาร ชวาลสันตติ(เสี่ยเหลือง) ซึ่งได้จัดงานเปิดโครงการแล้วเมื่อวันที่ ๒๘ ต.ค.๖๑ ส่วนการปรับ และขยายเส้นทางนั้น เพื่อใช้เป็นเส้นทางเข้าสู่โครงการฯพื้นที่ถนนส่วนใหญ่เป็นทางสาธารณะเดิมและได้ขอพื้นที่ จากราษฎร สองข้างทางข้างละ ๑ เมตร โดยสนับสนุน
เครื่องจักร คนขับ และน้ำมันเชื้อเพลิงในการปรับ และขยายเส้นทางดังกล่าว และได้ขอให้เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลหล่มเก่าช่วยประสานงาน เกี่ยวกับการขอความยินยอมอุทิศที่ดินจากราษฎร หลังจากนั้นนายปณิธาร ชวาลสันตติ ซึ่งเดินทางมา ร่วมกับนายอนัตต์ณังธะโคตรฯ ได้ให้ถ้อยคำว่าแปลงที่ดินซึ่งนายอนัตต์ณังธะโคตรฯ ทำโครงการฯ นั้นเป็นที่ดินของตนเองตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๗๒๕๗ เน้ือที่ ๔๘ – ๓ -๙๖ ไร่ ออกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘โดยแปลงที่ดิน ดังกล่าวตนเองได้ซื้อต่อจากเจ้าของเดิมในปี พ.ศ.๒๕๕๖ ซึ่งหากขายได้ก็จะแบ่งกำไรส่วนหนึ่งให้กับ นายอนัตต์ณังธะโคตรฯ และขยายโครงการฯ ออกไปในพื้นที่แปลงอื่นของตนซึ่งครองครองที่ดินบริเวณ เดียวกันรวมเน้ือที่ประมาณ ๑,๘๐๐ไร่ ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินทั้งหมด สำหรับการตัดฟันไม้สักสองข้างทางนั้นตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

๔. วันที่ ๓๑ ต.ค.๖๑ เจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพรและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน. ได้ร่วมกันสอบปากคานายมานิตย์ สารีสังข์ (รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหล่มเก่า) ซึ่งนายมานิตย์ฯ ให้ถ้อยคำว่าได้ให้คำแนะนำปรึกษาว่าการดำเนินการปรับปรุงเส้นทางสาธารณะหากต้อง
การขยายเส้นทางจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของแปลงที่ดินที่อยู่ข้างทางมิฉะนั้นจะไม่สามารถดำเนินการได้ และได้มอบแบบฟอร์มคำยินยอมให้กับนายสมศรี แปลงไธสง ส.อบต.ม.๕ เพื่อไป ติดต่อขอความยินยอมจากเจ้าของที่ดินซึ่งอยู่ในท้องที่ ม.๕ ต.หล่มเก่า และจากการสอบปากคำนายสมศรีฯ ได้ให้ถ้อยคำว่า ตนเองเห็นว่าการปรับขยายเส้นทางดังกล่าวจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จึงรับที่จะติดต่อประสานกับเจ้าของที่ดิน และได้ดำเนินการโดยมอบให้ผู้รู้จักคุ้นเคยกับเจ้าของ ที่ดินนำใบยินยอมมอบที่ดินไปให้ลงลายมือชื่อซึ่งปรากฏราษฎรลงลายมือชื่อในบันทึกยินยอมจวน ประมาณ ๒๐ ราย หลังจากนั้นคณะเจ้าหน้าที่มอบบันทึกถ้อยคำ และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กับหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.๑๘(น้ำชุน) เพื่อประกอบการดำเนินคดีต่อไป ส่วนการก่อสร้างถนน และอาคารในพื้นที่โครงการฯ ตรวจสอบกับ อบต.หล่มเก่า แล้วไม่มีการขออนุญาตแต่อย่างใด พ.อ.พงษ์เพชรฯ จึงประสานกับนายอำเภอหล่มเก่า และนายก อบต.หล่มเก่า ให้บังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.
ควบคุมอาคารฯ ด้วย

๕.วันที่ ๑ พ.ย.๖๑ เจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน.ได้ร่วมกับผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ตรวจสอบพื้นที่จริงบริเวณโครงการชุมชนธะธรรมชาติ และบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของภูขี้ไก่ ในท้องที่ต.ท่าอิบุญ ปรากฏหลักหมุดโฉนดที่ดินฝังอยู่จำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันมีสภาพป่า และได้ร่วมกันตรวจสอบพิกัดหลักหมุดโฉนดกับรูปแปลงโฉนดที่ดินของกรมที่ดินแล้วปรากฏว่าเป็นค่า พิกัดหลักหมุดในบริเวณโฉนดที่ดินตามรูปผังแปลง
ทั้งนี้ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในบริเวณพื้นที่ภูขี้ไก่จังหวัดเพชรบูรณ์และรายงานให้ทราบต่อไป