, “ลูกหาบภูกระดึง” ในวันเปิดประเทศ รายได้บนความเสี่ยง

“ลูกหาบภูกระดึง” ในวันเปิดประเทศ รายได้บนความเสี่ยง

หากพูดถึงอุทยานแห่งชาติยอดฮิต ในภาคอีสาน เชื่อว่านักท่องเที่ยวสายแบกเป้ ต้องไม่พลาดอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย ภาพชินตาที่อยู่คู่กับการพิชิตยอดภูกระดึง คือกลุ่มลูกหาบแห่งบ้านศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย 

บางครอบครัวสืบทอดอาชีพลูกหาบมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง รายได้ของพวกเขามาจากหยาดเหงื่อในการแบกสัมภาระ ข้าวของเครื่องใช้ขึ้นภูกระดึงที่มีความสูง 1,316 เมตร 

“โอเล่” วันที หมวกโคกสูง หนุ่มวัย 44 ปี ลูกหาบภูกระดึง เป็นหนึ่งใน 20 กว่าชีวิตที่มารอคิวแบกสัมภาระของนักท่องเที่ยวในเช้าวันนี้ ตั้งแต่พระอาทิตย์เริ่มขึ้น พร้อมกับการเริ่มต้นของลูกหาบกว่า 20 ชีวิต เริ่มประจำการที่จุดสัมภาระ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

วันที บอกว่า ก่อนหน้านี้อุทยานแห่งชาติภูกระดึง หยุดฟื้นฟูธรรมชาติมา 4 เดือน ประกอบกับช่วง COVID-19 ลูกหาบบางคน จึงเลือกที่จะไปทำงานรับจ้างใน กทม.แต่ตัวเองเลือกที่ทำงานรับจ้างทำไร่ ทำนา ทำสวนในหมู่บ้าน และรอวันที่อุทยานภูกระดึง เปิดรับนักท่องเที่ยว

ไม้หาบคู่กายที่เขาใช้มานาน 10 ปี ถูกเตรียมพร้อม และเปลี่ยนเบาะรองบ่าใหม่ เพราะเป็นจุดที่ต้องอยู่บนบ่านาน 5-6 ชั่วโมง ในระหว่างเส้นทางคดเคี้ยว ลาดชันขึ้นสู่ยอดภู กระติ๊บข้าวเหนียว น้ำ และที่ขาดไม่ได้ได้คือเสียง เพลงขับกล่อมจากวิทยุเครื่องเล็ก เพื่อกล่อมให้หายเหนื่อยระหว่างทำงาน 

พอรู้ว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวกลับมา ก็เริ่มมีความหวังขึ้นมา เพราะรายได้ของลูกหาบภูกระดึงขึ้นกับจำนวนนักท่องเที่ยว ถ้านักท่องเที่ยวมาเยอะ ก็หมายถึงรายได้เยอะ  

, “ลูกหาบภูกระดึง” ในวันเปิดประเทศ รายได้บนความเสี่ยง

ปิด-เปิดประเทศบนความหวังรายได้

ส่วนการเปิดประเทศรอบนี้ วันที บอกว่า  คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการเปิดประเทศท่องเที่ยว จะทำให้รายได้กลับมา โดยเฉพาะอาชีพลูกหาบ ก่อน COVID-19 มีนักท่องเที่ยวเยอะ ทำให้มีรายได้วันละ 1,600-1,700 บาทต่อวัน จากการแบกสัมภาระขึ้นภูกระดึงวันละ 1 เที่ยว รายได้เฉลี่ยก็ตกเกือบ 30,000 บาทต่อเดือน

นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา แต่ก็ยังน้อยอยู่ เพราะเดือนต.ค.ป็นปลายฝนต้นหนาว นักท่องเที่ยวขึ้นมาจะลำบาก บางสัปดาห์รอคิวแบกของ 2 วันกว่าจะได้ขึ้นภูกระดึง 

การทำอาชีพลูกหาบมานานถึง 15 ปี ท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 ทำให้วันที กังวลว่าการเปิดประเทศอาจไม่ใช่ความหวังทั้งหมด เพราะหากเปิดรับคนต่างชาติเข้ามามาก แต่ตัวเลขการติดเชื้อในประเทศยังสูง แม้จะนำรายได้เข้าประเทศ แต่หากเกิดสถานการณ์ระบาดระลอกใหม่ขึ้น ลูกหาบก็ต้องหยุดงานยาว

ลูกหาบ ถือว่ามีความเสี่ยง เพราะเวลาที่ทำงาน 5-6 ชั่วโมงในการแบกสัมภาระขึ้นไปบนภู ต้องสัมผัส สัมภาระผู้ว่าจ้าง และในระหว่างการขึ้นภูกระดึง ลูกหาบใส่แมสก์ไม่ได้ และไม่สามารถหลีกเลี่ยงต้องจับราวบันได

, “ลูกหาบภูกระดึง” ในวันเปิดประเทศ รายได้บนความเสี่ยง

 

ดังนั้นการเปิดประเทศของวันที จึงไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เขากลับมองว่า ถ้าไม่เปิดประเทศก็ยังพออยู่ได้ เพราะตัวเลขลูกหาบที่ลดลงไปกว่าครึ่ง แม้จะมีนักท่องเที่ยวลดลง ไม่มีชาวต่างชาติเหมือนแต่ก่อน บวกกับการจำกัดนักท่องเที่ยว ก็อาจจะไม่ถึงขั้นทำให้รายได้ของลูกหาบหายไปมากนัก 

การเปิดประเทศสำหรับลูกหาบ ผมคิดว่าจะเป็นจุดเสี่ยงมากกว่าถ้าเปิดประเทศ อาจจะตายแน่ๆเลย ถ้าเขาเอาโรคเข้ามาแล้วทำให้เราต้องหยุดงานยาวๆ 

, “ลูกหาบภูกระดึง” ในวันเปิดประเทศ รายได้บนความเสี่ยง

จำกัดตัวเลขนักท่องเที่ยว

สอดคล้องกับข้อมูลของ สมปอง ตาแก้ว เจ้าหน้าที่งานสัมภาระ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง บอกว่า ภูกระดึง เพิ่งเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว เมื่อ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังปิดให้ธรรมชาติฟื้นตัวมา 4 เดือนตั้งแต่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. ซึ่งก่อนสถานการณ์ COVID-19 ภูกระดึงเคยรับรักท่องเที่ยวได้ถึง 5,000 คนต่อวัน

สมปอง บอกว่า แต่ปีนี้มีการจำกัดตัวเลขนักท่องเที่ยวเหลือเพียง 1,000 คนต่อวัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยกำหนดให้ต้องลงทะเบียนผ่านระบบแอปพลิเคชัน QQ และทุกคนต้องโชว์ใบรับรองการฉีดวัคซีน และหากไม่มีต้องตรวจหาเชื้อด้วย ATK โดยคัดกรองอย่างเข้มงวด
ช่วงเดือนแรกของฤดูกาลท่องเที่ยว พบว่ามีเพียงวันที่ 22 ต.ค.เพียงวันเดียว ที่มีนักท่องเที่ยวมาภูกระดึง 1,072 คน ส่วนศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 500 คน และวันธรรมดา 100-200 คนต่อวัน

, “ลูกหาบภูกระดึง” ในวันเปิดประเทศ รายได้บนความเสี่ยง

นักท่องเที่ยวลดรายได้ลูกหาบหาย

สมปอง บอกว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวมีผลต่อรายได้ของลูกหาบภูกระดึง โดยตรง หากเป็นหลายปีก่อนความคึกคักของการพิชิตยอดภูกระดึงที่มีนักท่องเที่ยวหลักพันต้อวัน ทำให้ลูกหาบก็มีรายได้ตามจากการรับจ้างแบกสัมภาระขึ้นภูที่มีกำหนดราคากิโลกรัมละ 30 บาทสำหรับลูกหาบชายไม่เกิน 60-70 กิโลกรัม ส่วนลูกหาบผู้หญิงไม่เกิน 50 กิโลกรัม

ช่วง ต.ค.นี้มีลูกหาบมาขึ้นทะเบียนเพียง 166 คนลดลงจากปีก่อนที่มีถึง 270 คนโดยให้ต่อใบอนุญาตคนละ 1,000 บาท สำหรับการทำหน้าที่ลูกหาบ 1 ปี

สาเหตุที่ลูกหาบหายเยอะไปเพราะนักท่องเที่ยวลดลงด้วย เพราะรายได้ของลูกหาบขึ้นกับนักท่องเที่ยว ซึ่งต้องเรียงลำดับคิวในการรับงาน ซึ่งบางวันอาจจะมา 100 คน แต่อาจใช้บริการลูกหาบแค่ 10 คนส่วนที่เหลือก็รันตามคิว

1 พ.ย.นี้ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดให้บริการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ 118 แห่ง และปิดการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ 37 แห่ง ซึ่งบางอุทยานก็เปิดเฉพาะบางแหล่งท่องเที่ยวจาก 155 แห่ง

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติม : https://news.thaipbs.or.th/content/309237
ที่มาของข่าว : ThaiPBS

ข้อมูลน่าสนใจ

, ชาวบ้านกังวล “เสือวิจิตร” ไม่กล้าออกกรีดยางสูญรายได้วันละ 2,000 บาท

ชาวบ้านกังวล “เสือวิจิตร” ไม่กล้าออกกรีดยางสูญรายได้วันละ 2,000 บาท

วั& …