, วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓  ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์

วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓ ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์

๑. เวลา ๑๕๐๐ คณะเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน.นำโดย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ, ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ นำโดยนายสมชาย ฉิมแย้ม, ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้เพชรบูรณ์, หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เขาค้อ, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.๒ (เขาค้อ), ฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ ๒ (หนองแม่นา) สบอ.๑๑ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ป่าท้ายบ้านมุกโตในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาปางก่อ และป่าวังชมภูท้องที่ บ.มุกโต หมู่ที่ ๓ ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ในแปลง ๑,๙๐๐ ไร่ ที่ศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ ขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ขณะนี้อยู่ระหว่างทำเรื่องส่งคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้

           ๒. ผลการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบการบุกรุกตัดโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่อายุประมาณ ๔๐-๕๐ ปี คาตอจำนวน ๓ ตอ โดยตัดทอนเป็นท่อน มีการกานต้นไม้ขนาดใหญ่ให้ยืนต้นตาย ๑ ต้น ส่วนไม้ท่อนที่ถูกตัดล้มคาตอมีร่องรอยเลื่อยโซ่ยนต์ ตัดทอนเป็นท่อน มีลักษณะเป็นโพรง และพูพอน ส่วนหนึ่งถูกสุมไฟเผา ไม่สามารถใช้เป็นสินค้าได้ จึงไม่ได้ตรวจยึดเป็นของกลางในคดี ในพื้นที่บุกรุกมีการไถปรับพื้นที่ปลูกขิงอายุประมาณ ๑ เดือน ล้อมด้วยตาข่ายสีดำรอบแปลง ขณะเข้าตรวจสอบพื้นที่ไม่พบบุคคลใดอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้ทำการตรวจสอบรังวัดพื้นที่โดยรอบด้วยเครื่องมือหาค่าพิกัดสัญญาณดาวเทียม (จีพีเอส) คำนวณ เนื้อที่บุกรุก ได้ ๖ – ๐ – ๐ ไร่

               ๒.๑ ตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานของศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นหน่วยงานใช้พื้นที่ของกรมวิชาการเกษตร ไม่พบข้อมูลการทำประโยชน์หรือการให้บุคคลใดเข้าไปใช้ประโยชน์ในบริเวณพื้นที่ตรวจสอบ

               ๒.๒ ตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ไม่พบข้อมูลการขึ้นทะเบียนราษฎรในพื้นที่แต่อย่างใด ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศปี พ.ศ.๒๕๔๕ พบว่าพื้นที่บางส่วนมีร่องรอยการทำประโยชน์ และบางส่วนมีสภาพเป็นป่า และจากการตรวจสอบข้อมูลการแจ้งครอบครองพื้นที่ของราษฎรในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดแจ้งการครอบครองพื้นที่บริเวณดังกล่าว แต่ได้มีราษฎรแจ้งครอบครองพื้นที่ใกล้เคียงจำนวน   ๒ ราย

           ๓. คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว เป็นความผิดกฎหมายป่าไม้ จึงตรวจยึด พื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก จำนวน  ๖ – ๐ – ๐๐ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐเบื้องต้น เป็นเงิน ๔๐๙,๔๖๕.-บาท โดยกล่าวหาว่า  กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ดังนี้

               ๓.๑ พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๕๔ ฐาน “ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” และ มาตรา ๕๕ ฐาน “ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น”

               ๓.๒ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๔ ฐาน “ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง  เผาป่า ทำไม้  หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” และ มาตรา ๒๖/๔ ฐาน “ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  อันเป็นหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผู้นั้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น”

           ๔. เหตุเกิดที่บริเวณป่าท้ายบ้านมุกโต ท้องที่ บ.มุกโต หมู่ที่ ๓ ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาปางก่อ และป่าวังชมภูคณะเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ ดำเนินคดีตามกฎหมายโดยมอบให้ นายบุญสม โตแทนสมบัติ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.๒(เขาค้อ) เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และให้นายนพอนันต์  พูลสิงห์ธนดล พนักงานธุรการ ส.๓ เป็นพยาน ตาม ปจว.ข้อ เวลา คดีอาญาที่ /๒๕๖๓ ลง ๒๐ พ.ค.๖๓

, วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓  ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ , วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓  ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ , วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓  ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ , วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓  ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ , วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓  ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ , วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓  ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ , วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓  ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ , วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓  ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ , วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓  ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ , วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓  ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ , วันที่ ๒๐ พ.ค.๖๓  ศปป.๔ กอ.รมน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า และการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์

ข้อมูลน่าสนใจ

, ๑๔ พ.ค.๖๓ ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ป่าท้ายบ้านเพชรดำ ในเขตป่าไม้ถาวรป่าทุ่งแสลงหลวง หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เขาค้อ และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.๒ (เขาค้อ)

๑๔ พ.ค.๖๓ ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ป่าท้ายบ้านเพชรดำ ในเขตป่าไม้ถาวรป่าทุ่งแสลงหลวง หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เขาค้อ และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.๒ (เขาค้อ)

๑. เ …