, ห้ามรถบรรทุกเข้ากรุงฯ สินค้าขาดแคลน แนะลดรถส่วนตัว

ห้ามรถบรรทุกเข้ากรุงฯ สินค้าขาดแคลน แนะลดรถส่วนตัว

เมื่อวันที่ (26 พ.ย.2563) นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่กรุงเทพมหานคร เตรียมห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ และจำกัดเวลาเดินรถในพื้นที่ สหพันธ์ฯ ยินดีให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาฝุ่น แต่ต้องเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน

การประกาศใช้มาตรการดังกล่าว จะเกิดปัญหาขาดแคลนสินค้าอุปโภค-บริโภคในกรุงเทพฯ ทันที เพราะการขนส่งสินค้าจะลดลงจากวันละ 2-3 เที่ยว จะเหลือเพียง 1 เที่ยว ซึ่งควรที่จะมีการหารือถึงกรณีดังกล่าวอย่างรอบคอบ เพราะหากมีคำสั่งออกมาในวันที่ 1 ธ.ค.ก็จะเตรียมฟ้องศาลปกครองต่อไป

สหพันธ์การขนส่งแห่งประเทศไทย ยินดีให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาฝุ่น โดยร่วมมือกันทุกภาคส่วน แต่การจะมาโยนความผิดให้กับรถบรรทุกผมยอมไม่ได้ เพราะเป็นผู้ประกอบการอย่างสุจริต ตามกฎหมายของประเทศอยู่แล้ว และรณรงค์ไม่ให้รถบรรทุกผิดกฎหมายมาโดยตลอด

ห้ามรถบรรทุกเข้ากรุงฯ สินค้าขาดแคลน

ทั้งนี้ สินค้าที่จะขาดแคลนคือ สินค้าอุปโภคและบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุก่อสร้าง ซึ่งหากมีมาตรการดังกล่าว อาจต้องหยุดก่อสร้าง และทำให้ขาดแคลนคนงานในอนาคตและอาจทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากรถบรรทุกที่เข้ามาวันละ 2-3 เที่ยวและจะเหลือ 1 เที่ยวก็จะทำให้สินค้าขาดตลาดเมื่อสินค้าขาดตลาดก็จะทำให้ราคาสูงขึ้นสุดท้ายก็จะส่งผลกระทบต่อประชาชน

รถบรรทุกที่จะเดินทางจากเส้นทางสายต่างๆ สินค้าหลายประเภทเช่น สายอีสาน จะขนส่งน้ำตาล มันสำปะหลัง ข้าวโพด ขณะที่ ภาคเหนือ พืชไร่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ภาคตะวันตก ได้แก่ อิฐ หิน ดิน ทราย ขณะที่ ภาคใต้ ยางพารา อาหารทะเล ผลไม้ เช่น มังคุด ทุเรียน ไม้ยางแปรรูป

, ห้ามรถบรรทุกเข้ากรุงฯ สินค้าขาดแคลน แนะลดรถส่วนตัว

ลดรถบรรทุกใหญ่ เพิ่มรถเล็ก เพิ่มมลพิษ

ขณะที่รถบรรทุกเดินทางเข้าเข้ากรุงเทพฯ วันละประมาณ 70,000 – 80,000 คัน แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ลดลงเหลือ 20,000 – 30,000 คัน ใช้รถกระบะกระจายสินค้าทำรถเพิ่ม 10 เท่า

ประธานสหพันธ์การขนส่งแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากดำเนินตามมาตรการดังกล่าวซึ่งไม่ให้รถบรรทุกเข้าพื้นที่และขนถ่ายกระจายสินค้าจากรถบรรทุก จะยิ่งทำให้เกิดการเพิ่มปริมาณรถยนต์ในพื้นที่ เช่น จากเดิมใช้รถบรรทุก 1 แสนคันในการขนส่งสินค้าเข้ากรุงเทพฯ จะต้องใช้รถยนต์กระบะถึง 1 ล้านคัน หรือเฉลี่ยรถบรรทุก 1 คันจะใช้รถกระบะบรรทุกสินค้า 10 คัน และหากเป็นรถบรรทุก 6 ล้อจะใช้รถกระบะ 4-5 คัน เท่ากับว่าเป็นเพิ่มปริมาณรถยนต์อีกหลายเท่า ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรที่จะพิจารณาอย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่หลายฝ่ายอาจมองข้ามคือ การขนถ่ายสินค้าจากท่าเรือคลองเตย ซึ่งต่างจากทั่วโลกที่เป็น SEAPORT (เมืองท่า) ขณะที่ท่าเรือของไทยเป็น River Port ที่ปรับมาเป็นท่าเรือ และหากมีมาตรการห้ามรถบรรทุกเข้าไปรับ-ส่งสินค้า จะกระทบการค้าระหว่างประเทศ

จากปกติเฉลี่ยมีการขนส่งสินค้าวันละประมาณ 1,000 ตู้ ก็จะเกิดปัญหาตู้สินค้าตกค้างสัปดาห์ละกว่า 10,000 ตู้ กระทบกับการขนส่งสินค้าทางเรือส่งผลต่อเศรษฐกิจของชาติและการบริโภคของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

แนะเพิ่มจุดกระจายสินค้า

นายอภิชาติกล่าวว่า ช่วงเวลาปกติที่รถบรรทุกวิ่งเข้ากรุงเทพฯ ส่วนใหญ่จะเป็นรถบรรทุก 10 ล้อ รถบรรทุก 18 ล้อ และรถบรรทุก 6 ล้อ จากทั้งหมดประมาณ 40,000 คันต่อวัน ซึ่งอ้างอิงตามตัวเลขของกรมการขนส่งทางบก

หากจอดรอการกระจายสินค้าใน 4 มุมเมือง ทั้งแยกบางนา ย่านพุทธมณฑล ย่านบางใหญ่ ย่านอ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา หรือเขตลาดกระบัง

หากรัฐให้ขนส่งสินค้าในเวลา 21.00 น.รถบรรทุกทั้งหมดจะเคลื่อนตัวเข้ากรุงเทพฯ ก็จะเกิดการแออัด และมีมลพิษที่สูงขึ้น ในช่วงนั้นอย่างมาก หากเทียบกับการให้รถบรรทุกวิ่งตามปกติในอัตราชั่วโมงละ 20-30 คัน จะมีการไหวเวียนของอากาศที่ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม แนวทางที่เคยใช้ในช่วงก่อนหน้านี้ คือในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ขนาด 113 ตร.กม. รถบรรทุก 10 ล้อไม่สามารถเข้าได้ โดยจะต้องเป็นรถ 6 ล้อ แต่สามารถทำได้ เนื่องจากขณะนั้นกรมการขนส่งทางบกได้สร้าง Truck Terminal มารองรับการขนส่ง
แต่ขณะนี้ยังไม่มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานมารองรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

, ห้ามรถบรรทุกเข้ากรุงฯ สินค้าขาดแคลน แนะลดรถส่วนตัว

 

ซึ่งหากสร้าง ทั้ง 4 มุมเมือง และใช้รถยนต์ขนาดเล็กขนถ่ายสินค้า ก็มีความเป็นไปได้และจำกัด ไม่ให้รถบรรทุกใหญ่เข้า หากเทียบกับต่างประเทศมีเส้นทางบายพาส (Bypass) และ จุดพักรถ (Rest Zone) และ จุดกระจายสินค้า (Truck Terminal) และออกระเบียบให้ผู้ประกอบการต้องมีพื้นที่เพียงพอและมีระบบการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งในไทยยังไม่ได้มีการวางระบบดังกล่าวจึงเกิดปัญหาสะสม

ขณะที่แนวคิดการจัดเวลาในการขนส่งสินค้า ที่มีการเสนอในช่วงก่อนหน้านี้คือ คือ 24.00 -04.00 น.ก็ประสบปัญหาคล้ายกันคือ เมื่อรถบรรทุกเข้าขนส่ง มีเวลาทำงาน 4 ชั่วโมง และพนักงานที่ทำหน้าที่ขนส่งสินค้า 4 ชั่วโมง ก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เนื่องจากเป็นการทำงานในเวลากลางคืน และล่วงเวลาซึ่งค่าแรงจะสูงขึ้น 2-3 เท่า ก็จะกระทบต่อราคาสินค้าที่สูงขึ้น

จี้รัฐอุดหนุนน้ำมันพรีเมี่ยม –เว้นภาษีผู้ว่าจ้าง

นอกจากนี้ นายอภิชาติยังเรียกร้องให้รัฐบาลอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สะอาด เช่นน้ำมันเกรดพรี่เมี่ยม ซึ่งราคาสูงกงว่าปกติ 7- 8 บาท เนื่องจากน้ำมันมีความบริสุทธิ์และเผาไหม้ที่ดีกว่า

หากรัฐบาลเข้ามาอุดหนุน ให้ผู้ประกอบการใช้น้ำมันดังกล่าว ในช่วงก็จะช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ปตท.ลดราคาก๊าซ NGV ในช่วง 3-4 เดือนที่มีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก

หากสามารถลดปริมาณรถยนต์จาก 100,000 คัน ให้เหลือ 20,000 คัน อากาศก็น่าจะดีขึ้น และควรเข้มงวดมาตรการอื่นด้วย ๆ เช่น เข้มงวดการเผาป่า

นอกจากนี้ รัฐบาลควรนำร่องโดยให้หน่วยงานราชการจัดรถรับ-ส่ง เจ้าหน้าที่ แทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งสามารถดำเนินการได้ โดยใช้รถทัวร์โดยสารที่ขณะนี้ จอดว่างงานอยู่หลายหมื่นคัน

ซึ่งรถทัวร์ 1 คัน สามารถบรรจุคนได้ 40 คัน ก็จะลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนไปได้ ซึ่งรถทัวร์อาจเคยเหมา 5,000 – 6,000 บาทต่อคัน อาจให้ลดราคาเหลือ 1-2 พันบาท ซึ่งกลุ่มรถทัวร์ก็อยู่ภายในสหพันธ์ฯซึ่งสามารถร่วมดำเนินการได้

นายอภิชาติยังกล่าวว่า ปัญหาอีกอย่างในขณะนี้คือ รถบรรทุกยังไม่สามารถระบายรถเก่าออกไปได้ โดยสัดส่วนรถบรรทุกเก่าอายุมากกว่า 10 ปี จะอยู่ที่กว่าร้อยละ 50 เนื่องจากยังยังคงมีการนำเข้าเครื่องยนต์เก่าจากต่างประเทศ

หากวางระเบียบเพื่อให้รถบรรทุกเก่าให้ออกจากระบบ โดยให้ใช้รถบรรทุกใหม่เท่านั้นโดยใช้ภาษีเป็นเงินกองกลางเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการหันมาใช้รถใหม่ เช่น การรณรงค์มาตรการทางภาษีให้ผู้ประกอบการบริษัทต่าง ๆ ที่เป็นผู้ว่าจ้างรถบรรทุกด้วยการลดหย่อนภาษี หรือ งดเว้นภาษี 2-3 ปี ผู้ประกอบการขนส่งก็จะปรับตัวและหันมาใช้รถบรรทุกใหม่มากขึ้น

ดูข้อมูลเพิ่มเติม : https://news.thaipbs.or.th/content/298694
ที่มาของข่าว : ThaiPBS

ข้อมูลน่าสนใจ

, คพ.เรียก 1.3 พันล้านบาท “บ.วินโพรเสส” ก่อมลพิษหนองพะวา

คพ.เรียก 1.3 พันล้านบาท “บ.วินโพรเสส” ก่อมลพิษหนองพะวา

วั& …