เปิดตัว “โฆษก ศกพ.” ด่านหน้าสื่อสารฝ่าวิกฤตฝุ่น

ไทยพีบีเอสออนไลน์สัมภาษณ์ “ศาสตราจารย์ญาณวิทย์ ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์” โฆษกศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ที่เพิ่งเปิดตัว ทำหน้าที่รายงานสถานการณ์และทำความเข้าใจกับประชาชนให้พร้อมรับมือ PM 2.5 

แรงกดดัน “ด่านหน้า” แถลงสถานการณ์ฝุ่น

เตรียมใจไว้แล้วว่าเป็นเรื่องยาก แต่ตนเองเป็นนักวิชาการ (ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ) ที่จับเรื่องนี้มาโดยตรง และรับทุนรัฐบาลนาน 15 ปี ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมปลาย จนถึงปริญญาเอก เมื่อมีโอกาสช่วยประเทศชาติในสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญก็ต้องทำ

เป็นไฟต์บังคับที่จะช่วยเหลือประเทศชาติ ช่วยขยายความมุมมองจากนักวิชาการที่จับงานวิจัยด้านนี้โดยตรง ทำให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับ PM2.5 อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

ปัญหาฝุ่น ไม่ใช่มีเพียงกรมควบคุมมลพิษที่เข้ามาดูแลและแก้ปัญหา แต่มีหลายหน่วยงานมาก ยกตัวอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลโดยตรงเรื่องของพันธุ์พืช, กรมอนามัย, กระทรวงพลังงานที่ต้องขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากยูโร 4 เป็นยูโร 5, กระทรวงคมนาคมเกี่ยวข้องแหล่งกำเนิดฝุ่น คือ การควบคุมมลพิษจากท่อไอเสีย เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 จึงถือเป็นกุญซื

, เปิดตัว “โฆษก ศกพ.” ด่านหน้าสื่อสารฝ่าวิกฤตฝุ่น

วันแรก ทำหน้าที่รายงานสถานการณ์

ขณะนี้คุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ อยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก โดยเฉพาะภาคใต้ได้รับอิทธิพลลมบก ลมทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน แต่ที่น่ากังวลใจ คือ ภาคกลางบางจุดเริ่มมีการเผาแล้ว พบจุดความร้อน (Hotspot) ในบางส่วนของพื้นที่ที่ทำการเกษตร ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องเฝ้าระวังบริเวณด้านตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพฯ เช่น บางพื้นที่ของ จ.สมุทรสาคร จ.นนทบุรี เริ่มมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงขึ้น และคาดว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงวันที่ 18-19 พ.ย.นี้

แนวโน้มฝุ่นปี 2564

ปัจจัยที่ชัดเจนในปี 2564 คือ ปรากฏการณ์ลานีญามีแนวโน้มรุนแรงกว่าปี 2563 ทำให้ปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และช่วยให้คุณภาพอากาศดีขึ้นกว่าปี 2563 อย่างไรก็ตาม มี 2 ปัจจัยหลักที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ คือ 1.ไม่แน่ชัดว่ามวลอากาศเย็น หรือความกดอากาศสูงจากจีนจะเคลื่อนเข้ามามากน้อยเพียงใดและอยู่นานเท่าใด เป็นปัจจัยสำคัญทำให้อากาศนิ่ง และระบายฝุ่น PM2.5 ไม่ดี 2.พฤติกรรมของคน หรือกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเผาพื้นที่ในเขตป่าสงวนและป่าอนุรักษ์จะมีความรุนแรงมากเพียงใดเมื่อเทียบกับต้นปี 2563

ยังไม่มีแบบจำลองใดสามารถทำนายพฤติกรรมของมนุษย์ได้ ตอนนี้ที่พัฒนาร่วมกัน เป็นการพยากรณ์เงื่อนไขทางอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น แต่เงื่อนไขที่ทำให้เกิดฝุ่นมีทั้ง แหล่งกำเนิดที่ไม่นิ่ง อย่างการเผาเศษชีวมวล ไม่รู้ว่าพฤติกรรมของคนเป็นอย่างไร ยังลำบากในการคาดการณ์

, เปิดตัว “โฆษก ศกพ.” ด่านหน้าสื่อสารฝ่าวิกฤตฝุ่น

เปิดไทม์ไลน์ “ฤดูฝน”

  • ปลายปีจนถึงต้นปี จะมีการเผาไร้อ้อย ฉะนั้นกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้มีปริมาณรถยนต์เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่มีปัญหาใหญ่ คือ ราคาอ้อยค่อนข้างดี และไทยส่งออกน้ำตาลเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก มีแรงจูงใจในเชิงเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่การเผาจะเกิดจากเกษตรกรที่มีรายได้ต่ำ ขาดเครื่องมือราคาแพงมาตัดอ้อย
  • ต้นเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ภาคเหนือ โดยเฉพาะ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จะมีการเผาเพื่อหาของป่าและการเพาะปลูก 
  • ต่อมาอีก 2-3 เดือน หากมีปรากฏการณ์เอลนีโญ หรืออินเดียนโอเชียนไดโพล ภาคใต้ของไทยจะได้รับผลกระทบจากเพื่อนบ้าน เช่น การเผาที่เกาะกาลิมันตัน และดินพลุที่ดับไฟยากลำบาก

จุดพีคหนักประมาณปลายปีถึงต้นปีหน้า ส่วนภาคเหนือต้นกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม และจะดีขึ้นในช่วงเมษายน

“คนไทย” รับมืออย่างไร

ขณะนี้ประชาชนตื่นตัวกับเรื่องฝุ่นมากขึ้น ส่วนตัวทำงานวิจัยและเป็นอาจารย์ที่ศึกษาเรื่องมลพิษทางอากาศมานาน 10 กว่าปี เห็นชัดเจนว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประชาชนตื่นตัวอย่างมาก โดยเฉพาะภาคประชาชนที่ออกมาเรียกร้องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาฝุ่น เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นมิติใหม่ที่จะทำให้ไทยมีกฎหมายเฉพาะสำหรับการบริหารจัดการคุณภาพอากาศอย่างแท้จริง ซึ่งส่วนใหญ่ประเทศที่พัฒนาแล้วบังคับใช้กฎหมายนี้

ส่วนการสวมหน้ากากช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะฝุ่น PM2.5 มีทั้งภายในและภายนอกอาคาร หากภายในอาคารมีเครื่องฟอกอากาศ หรือการจัดการที่ดีจะลดฝุ่นลงได้มาก

คนไทยมี New Normal ที่ต้องใส่หน้ากากจากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 มาแล้ว เมื่อเกิดโควิดจึงไม่เกิดความขัดเขินที่ต้องใส่หน้ากากสักเท่าใด ทำให้ควบคุมโรคได้ดี

, เปิดตัว “โฆษก ศกพ.” ด่านหน้าสื่อสารฝ่าวิกฤตฝุ่น

ความหวังลดแหล่งกำเนิด “ฝุ่น”

ต้องแยกก่อนว่าสิ่งใดที่ไม่สามารถทำได้เลย เพราะข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า พบว่า ร้อยละ70 ของจุดความร้อน ไม่ได้อยู่ในไทย สะท้อนว่าต่อให้ควบคุมบริหารจัดการแหล่งกำเนิดในประเทศได้ดีเพียงใด แต่ประเทศเพื่อนบ้านยังเผาอยู่ก็ทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือการตั้งรับ รับมือ และดูแลตัวเอง เป็นบทบาทของ ศกพ. เพื่อช่วยให้ประชาชนมีองค์ความรู้ในการรับมือฝุ่น เช่น แอปพลิเคชันคาดการณ์ล่วงหน้า 3 วัน ให้ข้อมูลประชาชนในการวางแผน และอาจงดทำกิจกรรมกลางแจ้งในบางวันที่ค่าฝุ่นสูง

อุดช่องโหว่ปีที่แล้ว?

รัฐบาลได้ดำเนินการ 4 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.นำร่องสิทธิทำกิน เมื่อใดก็ตามที่คนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ คนจะไม่เผาป่า ไม่มีใครทุบหม้อข้าวตัวเองเด็ดขาด และคนจะหวงแหนป่า ซึ่งสิทธิดังกล่าวไม่สามารถซื้อขายที่ดินได้ แต่เป็นการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทางการเกษตร เป็นการนำร่องโดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยเตรียมนำเข้าสู่กระบวนทางกฎหมาย 2.การพัฒนาแอปพลิเคชันจาก 3 หน่วยงาน คือ กรมควบคุมมลพิษ จิสด้า และคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) ที่ใช้ข้อมูลขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือองค์การนาซา คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นล่วงหน้า 3 วัน ได้แม่นยำกว่าที่ผ่านมา 3.การพัฒนาแอปพลิเคชันวอร์รูม สั่งการผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้โดยตรง และ 4.การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับหน่วยงานราชการ เรียกว่า จองเบิร์น ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปชิงเผา ลดปริมาณเศษชีวมวล ที่เปรียบเหมือนระเบิดเวลารอวันปะทุ จนทำให้การควบคุมไฟป่าเป็นไปได้ยาก โดยอนุญาตเผาในช่วงที่คุณภาพอากาศดีเท่านั้น ไม่ให้เป็นการซ้ำเติมประชาชน

แอปฯ วอร์รูม จะทำให้การบริหารจัดการแบบซิงเกิลคอมมานด์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผมคาดหวังว่าจะเห็นการจัดการมีประสิทธิภาพมากกว่าปีที่ผ่านมา จองเบิร์นต้องเราคิวเผาและสภาพอากาศต้องดี

เทียบความแม่นยำ “Air4thai” เครื่องวัดฝุ่นพกพา

ทุกอย่างมีจุดเด่นและจุดด้อย จุดเด่นของ Air4thai ใช้เครื่องมือที่มีราคาแพงมากหลักหลายแสนบาท ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง มาตรการฐานเดียวกับองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (USEPA) ทำให้มีความเสถียร แม่นยำ และคลาดเคลื่อนน้อย โดยใช้ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง

ส่วนแอปพลิเคชันอื่น ๆ ที่ใช้เครื่องมือราคาถูกกว่า ทำให้มีการกระจายตัวหลายจุด ลูกค้าที่ซื้ออุปกรณ์ไปสามารถรายงานผลได้ด้วย ยกตัวอย่างใช้อุปกรณ์ขณะทำกับข้าว หรือถ้าใช้เซนเซอร์ PM2.5 ขณะอยู่ในร้านชาบู หมูกระทะ ก็จะทำให้ค่าความเข้มข้นขึ้นไปถึง 100-200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าเป็นจุดอ่อน อีกทั้งพบความคลาดเคลื่อนในการอ่านค่าสูง เช่น วันที่ฝนตกมากเป็นพิเศษ ค่าความชื้นสัมพัทธ์สูง

ดีคนละแบบ แต่ต้องรู้จักเลือกใช้ ดึงจุดเด่นของแอปพลิเคชัน คาดว่าในอนาคต Air4thai น่าจะพัฒนารายงานผลแบบเรลไทม์

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือนอีก 2 วันเตรียมรับฝุ่นระลอกใหม่ 

19 จุด! ฝุ่นพิษต้นฤดูหนักสุด “มหาชัย-ถนนกาญจนาภิเษก” 

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติม : https://news.thaipbs.or.th/content/298396
ที่มาของข่าว : ThaiPBS

ข้อมูลน่าสนใจ

, ยึดเสือโคร่ง 5 ตัว-พักใบอนุญาต 90 วัน สวนสัตว์ดัง จ.มุกดาหาร

ยึดเสือโคร่ง 5 ตัว-พักใบอนุญาต 90 วัน สวนสัตว์ดัง จ.มุกดาหาร

วั& …